วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์แสดงผลสัมฤทธิ์ในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตวัคซีนของประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานเพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับฟังวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตวัคซีนและชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงด้านวัคซีนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ 1.) โครงการความร่วมมือรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) ชนิด 9 สายพันธุ์ ได้รับทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 และ 2.) โครงการวิจัย พัฒนาผลิตผลิตภัณฑ์ Botulinum Antitoxin ซึ่งเป็นโครงการที่สถาบันผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้รับทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569
สำหรับวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ สถาบันวัคซีนแห่งชาติขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัท INNOVAX ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต (ปี 2567–2569) โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งวัคซีน HPV 2 สายพันธุ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 ในปริมาณ 800,000 โดสต่อปี ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถจัดหาวัคซีนสำหรับเด็กที่มีสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับวัคซีนได้ครอบคลุม 3 ปีการศึกษา หรือประมาณ 1.2 ล้านคน ขณะที่เซรุ่มโบทูลินัม (TRCS BOTULINUM ANTITOXIN) ได้ร่วมกับสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พัฒนาจนผลิตชนิด Bivalent (AB) ได้เองเป็นครั้งแรกของไทยและอาเซียน ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า เพิ่มความพร้อมรองรับภาวะฉุกเฉินและเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์สำรอง Botulinum Antitoxin ระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนประเทศสมาชิกอาเซียนและภูมิภาคใกล้เคียงในอนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบูธสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยบริหารจัดการทุนของประเทศ (Program Management Unit: PMU) ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ตั้งแต่ปี 2565 มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนและชีววัตถุสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต เพื่อสร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีน ให้ประเทศไทยมีวัคซีนเพียงพอสำหรับประชาชนทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน สอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางความมั่นคงด้านวัคซีนของอาเซียน








