กระแสข่าวปรากฏการณ์สลับขั้วการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นในเวลานี้ ไม่ใช่เป็นเพียงการขยับหมากบนกระดานการเมือง แต่คือการหวนคืนสู่จุดศูนย์กลางอำนาจของ "ตระกูลวงศ์สวัสดิ์" ที่ซ้อนทับอยู่บนรอยแค้นเมื่อเกือบสองทศวรรษก่อน และภาพของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ไร้โอกาสเหยียบย่างเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล กำลังถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ผ่านสายเลือดตรง ผู้เตรียมก้าวขึ้นสู่เก้าอี้ผู้นำประเทศ
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่ได้ปรากฏตัวบนสมการนี้เพียงเพราะโปรไฟล์ทางวิชาการที่โดดเด่น เพราะหากมองทะลุม่านควันแห่งการเจรจาต่อรองลงไป จะเห็นรอยยิ้มของ "พ่อปลื้ม" สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซ่อนอยู่ลึกๆ ทว่าสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า คือภาพสะท้อนของขั้วอำนาจดั้งเดิมที่นำโดย เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้เปรียบเสมือนศูนย์รวมของคนในพรรคมาอย่างยาวนาน
การผลักดันสายเลือดแท้ๆ ขึ้นสู่เก้าอี้เบอร์หนึ่งของฝ่ายบริหาร คือการรวบรวมสรรพกำลังของเครือข่ายอำนาจเก่าให้กลับมาเป็นปึกแผ่น และเป็นการสถาปนาเกียรติยศของบ้านจันทร์ส่องหล้าให้ฟื้นคืนสมบูรณ์อีกครั้ง
เลือดข้นกว่าน้ำเสมอ สัจธรรมนี้ยังคงใช้การได้ดีในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง นั่นหมายถึงการเลือกใช้ขุนพลข้างกายย่อมไม่ปลอดภัยเท่าการวางใจคนในครอบครัว ฉะนั้นการกระชับดุลอำนาจผ่าน ดร.ยศชนัน จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ทั้งการรักษาฐานที่มั่นทางการเมือง และการันตีว่านโยบายเศรษฐกิจระดับเรือธงจะถูกผลักดันอย่างรวดเร็ว โดยไม่ถูกขัดขากันเองจากพรรคร่วมรัฐบาล
แต่กระนั้น ความฝันในการทวงคืนพื้นที่ทำเนียบฯ จะบรรลุผลไม่ได้เลยหากไร้นั่งร้านที่แข็งแกร่งพอ ข่าวดีลการเมืองที่ดึงเอาพรรค "กล้าธรรม" เข้ามาสู่สมการควบรวม จึงถูกหยิบมาวางบนโต๊ะอย่างถูกจังหวะเวลา
ตัวเลข ส.ส. ที่อาจขยับขึ้นแตะระดับ 132 เสียง ไม่ใช่แค่มนต์ขลังทางคณิตศาสตร์ในสภา แต่คืออาวุธหนักที่พรรคแกนนำใช้คานอำนาจกับมิตรคู่ขนานอย่างพรรคภูมิใจไทย ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้ตอกย้ำความสอดคล้องในทิศทางการเมืองระหว่างพรรคแกนนำกับขุมกำลังของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งถือเป็นการเติมเสียงในสภาเพื่อสร้างเสถียรภาพ รับมือกับนิติสงครามที่อาจเกิดขึ้น และลดทอนแรงเสียดทานจากการตรวจสอบทางการเมืองให้เบาบางลง
กลเกมนี้คือการยิงปืนนัดเดียวที่หวังผลข้ามช็อต หนึ่งคือลบปมในใจของครอบครัววงศ์สวัสดิ์ สองคือยึดกุมทิศทางเศรษฐกิจกลับมาไว้ในมือเพื่อสร้างผลงานชิ้นโบแดง และสามคือการจัดระเบียบขั้วอำนาจในสภาให้มีเสถียรภาพภายใต้ตัวเลขเสียงที่เหนือกว่า
ความแนบเนียนของการเดินหมากครั้งนี้ อยู่ที่การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งเชิงโครงสร้างให้กลายเป็นเรื่องของการบริหารจัดการรัฐบาล เมื่อเสถียรภาพทางการเมืองถูกมัดรวมเข้ากับความมั่นคงของเครือข่ายเดิม นโยบายการแก้ปัญหาปากท้อง การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หรือกระทั่งการอนุมัติโปรเจกต์ระดับชาติ ย่อมถูกขับเคลื่อนด้วยความเด็ดขาด รวดเร็ว สั่งการซ้ายหันขวาหันได้ทันที
ภาพการสลับขั้วและดันผู้สืบสายเลือดขึ้นแท่นนายกฯ กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยไปสู่สมการที่แหลมคมยิ่งขึ้น ตระกูลการเมืองเก่าแก่อาจได้ชำระประวัติศาสตร์และกลับมาผงาดบนหน้ากระดานอย่างหมดจด
อย่างไรก็ตาม คำถามที่ใหญ่กว่าเกียรติยศของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง คือประเทศชาติและประชาชนจะได้อะไรจากสมการที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการแบ่งเค้กอำนาจใหม่ การรวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่เครือข่ายเดียวจะนำพาเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากปากเหวได้จริง หรือสุดท้ายแล้ว ประเทศไทยก็เป็นเพียงกระดานหมากรุกส่วนตัว ที่ผู้ชนะได้ครอบครองทำเนียบรัฐบาลอย่างสมภาคภูมิ ส่วนประชาชนยังคงเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกลืมทิ้งไว้ขอบกระดาน รอคอยเศษซากนโยบายที่หล่นร่วงลงมาจากการเฉลิมฉลองของชนชั้นนำ?
#ดีลพลิกขั้ว #เพื่อไทย #กล้าธรรม #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง #ธรรมนัส #สมชายวงศ์สวัสดิ์ #เจ๊แดง#สยามรัฐออนไลน์ #ข่าววันนี้ #siamrathonline








