คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
แนวความคิดที่ผ่านๆ มาของ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ก็คือ ต้องการจะกำจัดโครงการอาวุธนิวเคลียร์และทำลายเศรษฐกิจของอิหร่านเป็นปัจจัยหลัก แต่ดูเหมือนว่า สหรัฐฯ กลับมองข้าม จนมิทันได้คิดระแวดระวังถึงฐานทัพของตนเองที่ตั้งอยู่ตามประเทศในแถบตะวันออกกลางเลยแม้แต่น้อย
ส่วนการบุกถล่มโจมตีโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไปเมื่อเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2025 และต้องประสบพบกับความล้มเหลว สืบเนื่องจากเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ไม่มีความสามารถที่จะทำลายล้างโครงการนิวเคลียร์ที่อิหร่านฝังลงไปลึกถึง 260 ฟุต ไปจนถึง 328 ฟุต เพราะลึกเกินกว่าที่บอมบ์ของสหรัฐฯ จะบุกทะลวงลงไปทำลายได้ (ข้อมูลจากสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2023 โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านตั้งอยู่ลึกใต้ดิน ทางอากาศของสหรัฐฯ อาจจะไม่สามารถเข้าถึงได้)
แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ กลับมิยอมสงบ ออกมาประกาศแบบถูๆ ไถๆ ไปว่า “ขณะนี้สหรัฐฯ สามารถทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไปแล้วอย่างสิ้นซาก”
ส่วน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ที่ถือได้ว่า เป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญทางเศรษฐกิจของอิหร่านนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ก็คิดเอาเองอีกเช่นกันว่า “ขณะนี้สหรัฐฯ สามารถยึดเอามาครอบครองไว้ได้แล้ว” แต่กลับปรากฏว่า “เป็นความคิดที่ผิดถนัด”
อนึ่ง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ที่เพิ่งผ่านมานี้ “สำนักข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องซีเอ็นเอ็น” ได้ออกมารายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามพูดอยู่เสมอๆ ว่า สหรัฐฯ ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว แต่ตามความเป็นจริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้นเลย อีกทั้งในเวลาไล่เลี่ยกันสำนักข่าวแห่งนี้ยังได้รายงานอีกว่า สหรัฐฯ ก็ยังมิสามารถควบคุมได้ทั้งหมด เนื่องจากว่าอิหร่านออกมาประกาศว่า จะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบจนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่อิหร่านต้องการ
รวมถึง “หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลสตรีทเจอร์นัล” ก็ได้ออกมารายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2026 โดยอ้างถึงแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในทำนองที่ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ยินดีที่จะยุติสงคราม หากอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ” โดยอีกสามวันต่อมา เมื่อวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2026 หนังสือพิมพ์เดอะ วอลสตรีทเจอร์นัล ก็ยังออกมารายงานเพิ่มเติมว่า “มีเรือขนส่งสินค้าแค่เพียง 14 ลำเท่านั้น ที่แล่นผ่านเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดสงคราม อิหร่านมีเรือสินค้าที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า 130 ลำต่อวันเลยทีเดียว
แต่ในทางกลับกัน เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงนิวยอร์กว่า “ในไม่ช้าไม่นานนี้ข้าพเจ้าจะออกมาประกาศว่า ช่องแคบฮอร์มุซ คือ ดินแดนของสหรัฐอเมริกา” การกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่การเจรจาสันติภาพของสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังอยู่ในสภาวะชะงักงัน หลังจากที่การเจรจาพบกับความล้มเหลว ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังพูดเสริมว่า “สหรัฐฯ เอาชนะอิหร่านได้สำเร็จแล้ว และอิหร่านกำลังพ่ายแพ้อย่างยับเยิน” เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า “การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งยวดของสหรัฐฯ”
ทั้งนี้ “รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศ คาเซม การิบาบาดี” ของอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้ถึงเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียช่อง “X” ในทำนองที่ว่า “อิหร่านจะไม่ปฏิบัติตามคำขู่ของสหรัฐฯ” โดยได้กล่าวโต้ตอบเสริมต่อไปอีกว่า “ช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถเปิดหรือปิดได้หรือไม่ ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ภายใต้อำนาจและภายใต้ดุลยพินิจของอิหร่านเท่านั้น”
สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ออกมารายงานถึงการให้สัมภาษณ์ของ “รัฐมนตรีฯ ต่างประเทศ อับบาส อาราคชี” ว่า “อิหร่านยังไม่ตัดสินใจที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ อีกทั้งข้อความที่อิหร่านใช้แลกเปลี่ยนกับ กาตาร์ และปากีสถานนั้น ไม่ถือว่าเป็นการเจรจา”
และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้เขียนรายงานอย่างละเอียดในประเด็นที่ว่า “เป็นความจริงหรือไม่? ที่ขณะนี้สหรัฐฯ สามารถเข้าไปควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว” การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมากล่าวยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันของประเทศต่างๆ อาทิเช่น การขนส่งน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น เป็นการขนส่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ” แถมเขายังกล่าวแบบมั่นใจเต็มร้อยต่อไปอีกว่า “ขณะนี้สหรัฐฯ อยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก เพราะกองทัพเรือสหรัฐฯ สามารถกวาดล้างและทำลายทุ่นระเบิดในช่องแคบแห่งนี้ไปจนหมดสิ้นแล้ว”
โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้รายงานถึงบทสรุปของเรื่องราวที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาป่าวประกาศว่า “ผู้เชี่ยวชาญในตะวันออกกลางสรุปแล้วว่า ตามความเป็นจริงแล้วขณะนี้สหรัฐฯ ยังมิสามารถควบคุมสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้เลย อีกทั้งบรรดาเรือขนส่งสินค้าของนานาประเทศล้วนวิตกกังวลถึงเรื่องความปลอดภัยในการโจมตีเรือ และภัยคุกคามจากการโจมตีในการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังคงมีอยู่ตลอดเวลา”
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ยังมีโจทย์ออกมาให้เห็นในทำนองที่ว่า ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านใครได้เปรียบมากกว่ากัน? จะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่า อิหร่านซึ่งตั้งอยู่ริมช่องแคบมีข้อได้เปรียบในด้านระยะทาง โดย “อดีตผู้อำนวยการ คาร์ล ซูสเตอร์” แห่งศูนย์ข่าวกรองร่วมกับกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวว่า “ขณะนี้อิหร่านมีความได้เปรียบทั้งทางด้านจิตวิทยาและทางด้านการเมือง”
กล่าวโดยสรุป ทั้งนี้และทั้งนั้น เรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้น “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” อาจจะเก็บไปคิดและฝันไปเองว่า สหรัฐฯ สามารถควบคุม “ช่องแคบฮอร์มุซ” เอาไว้ได้หมดแล้ว แต่ตามความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม สืบเนื่องมาจากส่วนใหญ่ อิหร่านยังทำการควบคุมช่องแคบแห่งนี้อยู่ แต่เมื่อใดก็ตามที่อิหร่านเกิดเปลี่ยนใจยกธงขาวยอมพ่ายแพ้สงคราม เมื่อนั้นประธานาธิบดีทรัมป์ถึงจะสามารถเข้าไปควบคุมช่องแคบแห่งนี้ และสามารถจะประกาศว่าเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ได้ตามที่ประกาศเอาไว้ แต่นั่นดูเหมือนว่าคงจะอีกยาวนานหรืออาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ละครับ
#คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ #วิวัฒน์เศรษฐช่วย #โดนัลด์ทรัมป์ #ช่องแคบฮอร์มุซ #อิหร่าน #การเมืองโลก #ข่าวต่างประเทศ #siamrathonline








