มติจากที่ประชุมครม. วันนี้ (11 ส.ค.69) ไฟเขียวตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง “ ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” อธิบดีกรมทางหลวง ขึ้นนั่งปลัดกระทรวงคมนาคม คนใหม่ แน่นอนว่างานนี้ไม่มีพลิกโผ แต่ต้องยอมว่าเกิดความฮือฮาขึ้นตามมา
เพราะปิยพงษ์ ยังมีอายุราชการเหลืออีก 10 ปี เนื่องจากปัจจุบันอายุเพียง 50ปีเท่านั้น จึงหมายความว่า คำสั่งแต่งตั้งครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณทางการเมืองที่น่าสนใจหรือไม่ ว่า “พรรคภูมิใจไทย” ต้องการวางรากฐาน “ข้าราชการประจำ” ไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทย ในมือ “มท.1” อย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เท่านั้น
การแต่งตั้งปิยพงษ์ นั่งปลัดคมนาคม คนใหม่ กำลังส่งสัญญาณทางการเมืองที่น่าสนใจด้วยกันหลายทาง !
ด้านหนึ่ง ชื่อของปิยพงษ์ มีข่าวสะพัดว่ามาจาก “สายตรงบุรีรัมย์” จาก “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” แกนนำพรรคและอดีตรมว.คมนาคม ที่เคาะชื่อนี้
แม้ว่าประเด็นนี้ จะถูกยืนยันโดย “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.คมนาคม ว่าการแต่งตั้งพิจารณาจากความเหมาะสม ไม่เกี่ยวกับเรื่องใบสั่งจากบ้านใหญ่
“ ไม่มีเรื่องโควต้าบ้านใหญ่ เพราะนายปิยพงษ์เติบโตในสายงานด้วยความสามารถของตนเอง และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวง ในช่วงที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อตนเข้ามารับตำแหน่งต่อ นายปิยพงษ์ก็ทำงานได้ดี” (11 ส.ค.69)
อย่างไรก็ดี การแต่งตั้งปิยพงษ์ นั่งปลัดกระทรวงคมนาคม ครั้งนี้ ส่งผลทำให้เขากลายเป็น ปลัดกระทรวงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะอายุราชการยังเหลืออีก 10ปี เท่ากับว่าพรรคสีน้ำเงิน กำลังเลือกใช้ “สูตร” การวางคนในรูปเดียวกัน นั่นคือเลือกบิ๊กข้าราชการประจำ ที่มีเหลืออายุราชการหลายปี เพื่อทำงานรองรับรัฐบาลกันไปอีกยาวๆ
นับตั้งแต่การเลือก “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดผู้รู้ใจ “นายกฯหนู” เพราะวันที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นปลัดมหาดไทย นั้นอรรษิษฐ์ มีอายุราชการเหลือถึง 7 ปี โดยจะเกษียณอายุในปี 2574 ปัจจุบัน “ปลัดป๊อป” อายุ 55 ปี
นอกจากนี้ ที่กระทรวงยุติธรรม ยังมีปลัดกระทรวงคนใหม่ คือ “ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร” อายุราชการเหลืออีก 8ปี โดยจะไปเกษียณในปี 2578
3 กระทรวงหลักในมือพรรคภูมิใจไทย ใช้สูตรแต่งตั้งข้าราชการที่ยังเหลืออายุราชการไม่ต่ำกว่า 5ปี เพื่อมาบริหารงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเจ้ากระทรวงคือ พ.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม “สายตรง” จากบุรีรัมย์ จนถึงล่าสุด กระทรวงคมนาคม
อย่างไรก็ดีเมื่อพรรคสีน้ำเงิน “วางเกมยาว” ไม่เฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญต่อการเลือกตั้งเพียงเท่านั้น คือสัญญาณที่กำลังตอกย้ำความแข็งแกร่ง ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำพรรครัฐบาล ว่าถึงอย่างไรก็สามารถ “อยู่ครบเทอม” หักล้าง “กองแช่ง” และแรงต้านจากรอบทิศรอบทาง ที่กำลังอื้ออึงในเวลานี้
และเมื่อความเชื่อมั่นถูกตอกย้ำด้วย “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพย์ฯ ที่เชื่อว่ารัฐบาลจะผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ขนาดคราว “โควิด-19” ทั้งเขาเองและ นายกฯอนุทิน ซึ่งเวลานั้นเป็นรมว.สาธารณสุข เจอกับสถานการณ์อันยากลำบาก ยังสามารถ ฝ่าฟันมาได้
ฉะนั้น เวลานี้คลื่นลมการเมือง มีให้เห็นเป็นปรากฎการณ์ แต่ย่อมไม่มีแรง ไร้น้ำหนักมากพอที่จะ “โค่น” รัฐบาลสีน้ำเงินให้ล้มลง !








