“นายกฯอนุทิน” ชูหลักการทำงาน ปราบปรามปัญหาการทุจริต อย่างชัดเจนว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ว่า รัฐบาลชุดนี้จะเดินหน้าลุยสะสางปัญหาต่างๆ ทั้งการจัดการกับ ต่างชาติ และมาเฟียที่มารุกที่ดินรัฐ และประชาชน ในจ.ภูเก็ต
รวมทั้งการคลี่คลายเรื่องใหญ่ คือการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น ที่กำลังกลายเป็น “เรื่องร้อน” ที่อยู่ในมือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และในฐานะ “มท.1”
วันนี้ (8 ส.ค.69) “รัชดา ธนาดิเรก” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ว่าไม่ได้จำกัดวงเพียงแค่การถอดถอนรายชื่อผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,925 ราย
โดยจะดำเนินการสอบสวนหาตัว “ผู้ร่วมกระทำการ” เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ คืนความถูกต้องและเป็นธรรมแก่ผู้เสียโอกาส เรื่องดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นใคร หากเกี่ยวข้องกับการทุจริต ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
และอธิบายต่อไปด้วยว่า เรื่องนี้มีการจัดการ 3ส่วน คือ
1.การถอดถอนชื่อผู้สอบที่เกี่ยวกับการทุจริต กระทรวงมหาดไทยดำเนินการถอดถอนรายชื่อ 5,295 ราย หลังพบว่ามีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
2. การดำเนินคดีอาญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหา จำนวน 13 ราย และส่วนที่ 3 ในส่วนของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายฯ ได้สรุปผลการทุจริตการสอบท้องถิ่นแล้วฯ จากนั้นจะรายงานต่อนายกฯ เพื่อให้มีข้อสั่งการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการทั้งทางแพ่ง ทางวินัยและอาญา
อย่างไรก็ดีการออกมาย้ำจากฟากรัฐบาล มีขึ้นหลังจากที่ “ฝ่ายค้าน” ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่กระทรวงมหาดไทย กำลังทำอยู่นี้เป็นการ “ปิดจบ” คดีโกงสอบท้องถิ่น หรือไม่ โดยที่ไม่ปรากฏว่ามี “นักการเมือง” เกี่ยวข้องในขบวนการมหกรรมโกงสอบเข้า
จะมีก็เพียง ข้าราชการระดับสูง คือ “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เท่านั้น ส่วนคนนอกคือ “ เรืองเดช ศิริกิจ” ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งถูกกองบังคับการปราบปราม แจ้งข้อกล่าวหา จนทำให้ถูกมองว่า “ธีรุตม์-เรืองเดช” รับจบ เรื่องนี้กันเพียง 2 คนเท่านั้นหรือ ?
คดีโกงสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ที่กำลังเดินหน้าดำเนินการเอาผิด ไปพร้อมๆกับการสั่งเพิกถอน การบรรจุผู้สอบผ่านที่พบพฤติกรรมทุจริตกว่า 5,000 ราย หลังจากที่ คณะกรรมการกลาง(ก.กลาง) มีมติยืนตามข้อเสนอของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (กสถ.) แต่ดูเหมือนว่า ฉากจบเช่นนี้กำลัง “ค้านสายตา” คนดูและกรรมการนอกสนามไม่น้อย
เมื่อฝ่ายค้าน ตั้งคำถามว่า นายกฯอนุทิน ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆอย่างนั้นหรือ แม้นายกฯจะสวนคืนว่า รัฐบาลใช้เวลาเพียงราว 1 เดือน สามารถคลี่คลายปัญหาและระบุตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว
น่าสนใจว่า เรื่องนี้จะได้ข้อยุติ โดยที่ไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วจะถูกฝ่ายค้าน นำไป “ขยายแผล” ในการตรวจสอบผ่านกลไกในฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ที่แน่ๆ ว่ากันว่าเรื่องนี้ยิ่งจบ เร็วเท่าใด น่าจะทำให้บรรยากาศคุกรุ่นในพรรคสีน้ำเงิน เบาบางลงด้วยเช่นกัน !








