การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศอินโดนีเซีย ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตลอดช่วง2 วันนี้ น่าสนใจว่า “สร.1” นำวาระสำคัญไปหารือกับ “ปราโวโบ ซูเบียนโต” ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย มีทั้งเรื่อง เศรษฐกิจ และความมั่นคง ของสองประเทศ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ร่วมกัน
นายกฯอนุทิน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ในพิธีอย่างเป็นทางการโดยมีประธานาธิบดีซูเบียนโต รอต้อนเมื่อไปถึงกรุงจากาตาร์
ทั้งนี้ ต้องถือว่าการเยือนครั้งนี้ของนายกฯไทย มีความหมาย เนื่องจากเป็นการเยือนของผู้นำรัฐบาลไทยในรอบ 15 ปี ซึ่งถือว่าตอกย้ำเจตนารมณ์ของทั้งสองประเทศ ในการต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรรม ตามที่โฆษกรัฐบาล “รัชดา ธนาดิเรก” ให้ข้อมูลผ่านสื่อไว้
ขณะที่นายกฯอนุทิน เปิดเผยกับสื่อ เช่นกันว่า คงจะพูดกันกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความร่วมมือและการขอความร่วมมือในเรื่องที่เกี่ยวพันปัญหาชายแดนภาคใต้ก็ต้องพูดคุยกัน
แน่นอนว่าการเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ ถูกจับตาเนื่องจากเป็นห้วงที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะวันนี้ (3 ส.ค.69) เกิดเหตุคนร้ายยิงปะทะที่หน้าสภ.ลำใหม่ ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จากนั้นในช่วงบ่าย มีคนร้ายขว้างระเบิดปิงปองพันด้วยเทปสายไฟเข้าไปภายในบริเวณ วัดเทพนิมิต บ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยทั้ง2เหตุการณ์ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีซูเบียนโต ได้เคยเปิดบ้านต้อนรับ “3 อดีตนายกฯ” ของไทยมาแล้ว เมื่อราว3สัปดาห์ก่อน วันที่ 10 ก.ค.69 จนกลายเป็นข่าวฮือฮา มาแล้ว เมื่อปรากฏภาพ “ทักษิณ ชินวัตร-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” และ “แพทองธาร ชินวัตร” ขณะกำลังพูดคุยกับประธานาธิบดีอินโดฯ ที่อาคารดานันทารา กรุงจาการ์ตา
โดย “เทดดี อินทรา วิจายา” เลขาธิการคณะรัฐมนตรีอินโดนีเซีย โดยโพสต์การพบกันครั้งสำคัญ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า เป็นการพูดคุย และให้ข้อเสนอแนะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานาธิบดีประโบโวและคณะผู้บริหารของดานันทารา เกี่ยวกับโอกาสการลงทุนต่างๆ กลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่มุ่งเน้นการเติบโตในระยะยาว
เนื่องจากทักษิณ มีตำแหน่ง เป็นสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติดานันทารา (Danantara) ของอินโดนีเซีย
การเคลื่อนไหวของทักษิณ ในฐานะอดีตนายกฯ ที่พยายามเก็บตัวมาโดยตลอดหลังได้รับการอภัยโทษ ทั้งที่ในปีนี้ อดีตนายกฯทักษิณ น่าจะฉลองวันเกิด ครบรอบ 77 ปีเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมาด้วยความคึกคัก เพราะเป็นจังหวะที่ได้รับข่าวดี พ้นจากเรือนจำ ได้กลับมาอยู่กับครอบครัว
แต่ปรากฏว่า ทักษิณ เลือกที่จะไปเดินสาย ในต่างประเทศ เพราะก่อนที่จะเดินทางไปอินโดนีเซีย อดีตนายกฯ ได้ไปมาเลเซีย กับแพทองธาร เมื่อราวกลางเดือนก.ค. จนเกิดกระแสข่าวไปเชื่อมโยงกับการ “ปิดดีลกุ้ง” ระหว่างไทยกับมาเลย์ งานนี้ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.เกษตรฯ ต้องออกมาย้ำว่าอดีตนายกฯทักษิณ ไม่เกี่ยว แต่นี่คือผลงานของเขาเองล้วนๆ
การเคลื่อนไหวในความเงียบ ทั้งที่มีตำแหน่งและไม่มีตำแหน่ง ในสไตล์อดีตนายกฯทักษิณ หลังได้รับอิสรภาพ จะด้วยความตั้งใจ หรือไม่การแวะเวียนไปเยี่ยมเพื่อนเก่าระดับแถวหน้าของประเทศ ย่อมเป็นที่จับตาของฝ่ายการเมือง และถูกนำมาเชื่อมโยงกับการบริหารของรัฐบาลที่กำลังเผชิญหน้ากับ “คะแนนนิยม” ร่วงรูด
จะมีก็แต่ ความพึงใจที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด คือโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่นายกฯอนุทิน เพิ่งส่งสัญญาณผ่านสื่อว่า หากประชาชนพอใจ และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจ ติดได้ ก็จะพิจารณาอีกที !








