ภาพรวมสถานการณ์สินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทยประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 - 31 กรกฎาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงแรงเหวี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศที่เข้ามามีอิทธิพลต่อต้นทุนภาคการเกษตรในประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มพืชไร่และวัตถุดิบอาหารสัตว์
อย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากหาบละ 792 บาท ลงมาอยู่ที่หาบละ 612 บาท ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้านครชิคาโก (CBOT) ที่สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธันวาคมปรับลดลงปิดที่ 4.7175 ดอลลาร์/บุชเชล หลังแบบจำลองสภาพอากาศในเขตเพาะปลูกฝั่งมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ชี้แนวโน้มเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโต ผลักดันให้คาดการณ์ราคาข้าวโพดในประเทศระยะถัดไปมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำลง
ในทางกลับกัน ตลาดกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้ากลับขยับราคาเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 16.90 บาท จากเดิม 16.60 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลเรื่องสภาพอากาศแห้งแล้งในสหรัฐฯ ตลอดจนความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นจากตลาดโลกและประเทศจีน ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นกดดันต้นทุนนำเข้า แม้ว่าในตลาดล่วงหน้า CBOT สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพฤศจิกายนจะย่อตัวลงปิดที่ 11.9275 ดอลลาร์/บุชเชล จากแรงตอบรับข่าวฝนตกในเขตมิดเวสต์ช่วงติดฝักก็ตาม แต่แนวโน้มราคาถั่วเหลืองนำเข้าในประเทศยังคงมีทิศทางปรับตัวขึ้น ขณะที่สถานการณ์ปลาป่นทั้งเกรดกุ้งและเกรดปศุสัตว์ยังคงรักษาระดับราคาทรงตัวในทุกระดับโปรตีน เนื่องจากเปรูยังคงมาตรการห้ามจับปลาและรอความชัดเจนในการเปิดอ่าวเพิ่มเติม ผสานกับอุปสงค์หน้าท่าเรือของจีนที่ยังคงมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนสต็อกปรับตัวลดลง
สำหรับกลุ่มพืชเศรษฐกิจหลักและปศุสัตว์ สถานการณ์ราคาส่วนใหญ่ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวถึงปรับขึ้น โดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานราคาข้าวขาว 100% ชั้น 2 ในประเทศยืนราคาที่กระสอบละ 1,420 บาท และปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ อยู่ที่กระสอบละ 1,200 บาท ขณะที่ราคาข้าวสารส่งออก (F.O.B.) ท่าเรือกรุงเทพฯ มีสัญญาณปรับขึ้นเล็กน้อย โดยข้าวขาว 100% ชั้น 2 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 471 ดอลลาร์/ตัน และปลายข้าว เอ.วัน.เลิศ ขยับขึ้นเป็น 404 ดอลลาร์/ตัน ซึ่งประเมินว่าทิศทางราคาข้าวโดยรวมจะยังคงทรงตัวต่อเนื่อง
ด้านสถานการณ์สุกรขยับขึ้นอย่างโดดเด่น โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติรายงานราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มขยับขึ้นอีก 2 บาทในทุกภูมิภาค จากภาวะผลผลิตตึงตัวเมื่อเทียบกับความต้องการ บริเวณภาคตะวันตกอยู่ที่ 68 - 70 บาท ภาคตะวันออก 70 - 73 บาท ภาคอีสาน 70 บาท ภาคเหนือ 72 บาท และภาคใต้ 74 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการผลิตไตรมาส 2 ยังคงกดดันเกษตรกรสูงถึง 71.78 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนลูกสุกรขนาด 16 กิโลกรัม ยืนราคาที่ 1,800 บาท
ปิดท้ายด้วยกลุ่มอุจจาระและเนื้อสัตว์ปีกอย่างไก่เนื้อมีชีวิตหน้าฟาร์ม กรมปศุสัตว์รายงานราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ 45 บาท ลูกไก่เนื้อราคาตัวละ 19.50 บาท และไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากเครือข่ายสหกรณ์ฯ ยืนราคาแนะนำที่ฟองละ 3.80 บาท โดยคาดการณ์ว่าทั้งตลาดไก่เนื้อและไข่ไก่จะยังคงมีแนวโน้มราคาทรงตัวต่อไปในระยะสั้น








