นอกเหนือไปจากการเร่งสร้าง “ผลงาน” เพื่อนำมาวัด KPI ตามที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำชับเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
ยังดูเหมือนว่า “รัฐมนตรี” โดยเฉพาะในโควตาของ “พรรคภูมิใจไทย” เอง ยังต้องปัดป้อง ตอบโต้ เรียนรู้ที่จะ “ป้องกันตัว” เมื่อรู้สึกกำลัง “ถูกโจมตี” ด้วยข้อมูลหรือวาทกรรมทางการเมือง จากฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมๆกัน !
โดยเฉพาะในส่วนของรัฐมนตรี “กลุ่มลูกเทพ” รัฐมนตรีหน้าใหม่ จากบ้านใหญ่กลุ่มต่างๆในพรรคสีน้ำเงิน ต่างพากันเปิดหน้าชก สวนกลับ “ฝ่ายค้าน” ชนิดหมัดต่อหมัด ทั้ง “พลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาดไทย สวนกลับ “การดี เลียวไพโรจน์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากกลุ่มลูกเทพเข้ามา ซึ่งควรจะมาจากความสามารถมากกว่านามสกุล ว่า
“ค่าไฟที่แฝงอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหามานานกว่า 30 ปี สำเร็จเพราะรัฐบาลไหน ไม่ใช่เพราะลูกเทพหรือ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่เลือกลูกเทพมาหรือ ต้องคิดว่าพวกท่าน 30 ปีทำอะไรกัน และต้องให้พวกผมมานั่งตามแก้ ซึ่งกำลังจะสำเร็จแล้ว นี่แหละครับฝีมือลูกเทพ” ( 15 ก.ค.69)
หรือการที่ กรกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ออกมาโต้แทน “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หลังโดนถล่ม โครงการข้าวแกง 40 บาทจากทุกสารทิศ
“แนน บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์ข้อความ ตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ บ้านหลังเก่าอย่างดุเดือด หลังจากที่วิจารณ์รัฐมนตรีลูกเทพ ว่าไม่มีความสามารถ
รวมทั้ง "เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ" รมช.มหาดไทย ที่โต้ "จุรี นุ่มแก้ว" สส.ใต้ จากพรรคประชาธิปัตย์ ในสภาฯ เมื่อวันพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 25470 ทำเอาสภาฯระอุ มาแล้ว
การสวนคืน ฝ่ายตรงข้ามเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น ทั้งในสภาฯที่ผ่านมา และล่าสุด สำหรับรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย และดูเหมือนว่าจะสอดรับกับที่ก่อนหน้านี้ นายกฯอนุทิน บอกแล้วว่า รัฐมนตรีทำงานอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องออกมา “พูด” ด้วย
การวัดค่า KPI ของรัฐมนตรี ในครม.ชุดนี้ ย่อมไม่ได้ถูกประเมินโดย นายกฯอนุทิน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเท่านั้น แต่อนุทิน ผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองมาตลอดชีวิต ย่อม “อ่านเกม” ได้ว่า ปฏิกิริยา จาก “สังคม” และ “ประชาชน” ต่างหากที่จะ “มีผล” ทั้งต่อตัวรัฐมนตรีในกลุ่มลูกเทพ เอง และกระทบมาถึงตัวนายกฯอนุทินเอง เป็นโดมิโน่
เว้นแต่ การวัด KPI ที่นายกฯอนุทิน เพิ่งประกาศ ไปหมาดๆนั้น เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง หรือ “ส่งสัญญาณ” ให้คนที่คาดหวังจะได้เป็น “รัฐมนตรี” ในแถวต่อไป ได้พอมีความหวังนั้น ก็จะเป็นอีกเหตุผลที่เหนือไปกว่า ค่า KPI !!








