ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา "แก๊สหัวเราะ" หรือ ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide : N₂O) กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี หลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเดินหน้าปราบปรามการลักลอบจำหน่ายและการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะในกลุ่มสถานบันเทิงและนักท่องเที่ยว ซึ่งสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของสังคม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 มีประชาชนแจ้งพบ กระป๋องแก๊สหัวเราะกว่า 30 กระป๋อง ถูกทิ้งไว้ภายในพื้นที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งย่านจอมเทียน จังหวัดชลบุรี แม้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นของผู้ใดหรือมีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด แต่การพบของกลางจำนวนมากเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาการนำไนตรัสออกไซด์มาใช้เพื่อความมึนเมายังคงมีอยู่ และยังต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (ตม.3) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายเอเย่นต์ชาวจีนในพื้นที่เมืองพัทยา หลังสืบสวนพบการลักลอบจำหน่ายแก๊สหัวเราะผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง Facebook และ Telegram ให้กับกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยว โดยสามารถตรวจยึดถังไนตรัสออกไซด์ได้ 17 ถัง พร้อมของกลางอีกหลายรายการ และขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
แม้การพบกระป๋องแก๊สหัวเราะครั้งล่าสุดจะยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าวได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า การลักลอบใช้ไนตรัสออกไซด์เพื่อความบันเทิงยังไม่หมดไป โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่มีสถานบันเทิงจำนวนมาก ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
แก๊สหัวเราะคืออะไร
ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide : N₂O) เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นหวานอ่อน ๆ ถูกค้นพบมานานกว่า 250 ปี และมีประโยชน์ในหลายด้าน ในทางการแพทย์ แพทย์จะใช้ไนตรัสออกไซด์ผสมกับออกซิเจนเพื่อช่วยลดความเจ็บปวด ลดความวิตกกังวล และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการทำฟันหรือหัตถการบางประเภท โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ยังถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เป็นก๊าซอัดในกระป๋องวิปครีม รวมถึงใช้ในภาคอุตสาหกรรมบางประเภท
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวก๊าซ แต่อยู่ที่การนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ด้วยการสูดดมเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาและเคลิบเคลิ้ม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างรุนแรง
ทำไมถึงเรียกว่า "แก๊สหัวเราะ"
เมื่อสูดดมไนตรัสออกไซด์ ผู้ใช้บางรายจะรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี หัวเราะง่าย เคลิบเคลิ้ม และรู้สึกตัวเบา จึงเป็นที่มาของชื่อ "แก๊สหัวเราะ"
อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ของก๊าซจะอยู่เพียงไม่กี่นาที หลายคนจึงสูดดมซ้ำเพื่อให้ความรู้สึกดังกล่าวคงอยู่ ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกายมากขึ้น
ความสุขไม่กี่นาที อาจแลกด้วยทั้งชีวิต
หลายคนเข้าใจว่าแก๊สหัวเราะ "ไม่ใช่ยาเสพติด" จึงไม่น่าจะเป็นอันตราย แต่ในความเป็นจริง แพทย์เตือนว่าการสูดดมไนตรัสออกไซด์โดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด สูญเสียการทรงตัว หมดสติ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
หลายกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการล้มศีรษะกระแทกพื้นขณะหมดสติ และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากภาวะขาดออกซิเจนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ใช้ต่อเนื่อง เสี่ยงระบบประสาทเสียหายถาวร และสิ่งที่แพทย์กังวลมากที่สุด คือการใช้ไนตรัสออกไซด์เป็นประจำ เพราะก๊าซชนิดนี้จะไปยับยั้งการทำงานของ วิตามินบี 12 ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบประสาทและไขสันหลัง
ผลที่ตามมาอาจเริ่มจากอาการชาปลายมือปลายเท้า เดินเซ กล้ามเนื้ออ่อนแรง สูญเสียการทรงตัว ความจำลดลง และหากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะไขสันหลังเสื่อมจนพิการ ไม่สามารถเดินได้ตามปกติ
ปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่ต้องเข้ารับการรักษาเป็นเวลานาน และบางรายไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม
ใครบ้างที่ไม่ควรสัมผัส กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงไนตรัสออกไซด์โดยเด็ดขาด ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคปอดและโรคหอบหืด หญิงตั้งครรภ์
ผู้ที่ขาดวิตามินบี 12 ผู้ป่วยโรคระบบประสาท เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงกว่าคนทั่วไป
ไม่ใช่ยาเสพติด แต่ใช่ว่าจะไม่ผิดกฎหมาย แม้ไนตรัสออกไซด์จะไม่ถูกจัดเป็นยาเสพติด แต่การนำมาจำหน่ายหรือให้บริการเพื่อการสูดดมจนเกิดความมึนเมา อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติยา พระราชบัญญัติอาหาร กฎหมายสถานบริการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
หลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และบางรัฐของออสเตรเลีย ได้ออกมาตรการควบคุมการจำหน่ายและการครอบครองไนตรัสออกไซด์อย่างเข้มงวด หลังพบผู้ป่วยโรคระบบประสาทจากการใช้เพื่อความบันเทิงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาที่ยังต้องจับตา การพบกระป๋องแก๊สหัวเราะจำนวนมากในพื้นที่จอมเทียน ประกอบกับการจับกุมเครือข่ายลักลอบจำหน่ายในเมืองพัทยาก่อนหน้านี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ยังไม่หมดไป และยังมีแนวโน้มแพร่กระจายในพื้นที่ท่องเที่ยว หากไม่มีการควบคุมอย่างจริงจัง
ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐยังคงเดินหน้าตรวจสอบสถานประกอบการ แหล่งจำหน่าย รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบนำไนตรัสออกไซด์ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเยาวชนและประชาชนในวงกว้าง ท้ายที่สุดสาธารณสุขเตือนตรงกันว่า "ความอยากลองเพียงไม่กี่นาที อาจสร้างผลกระทบที่ติดตัวไปตลอดชีวิต" แม้แก๊สหัวเราะจะทำให้รู้สึกสนุกและผ่อนคลายเพียงชั่วคราว แต่ผลเสียต่อระบบประสาท สมอง และร่างกาย อาจรุนแรงจนไม่สามารถย้อนกลับได้
หากประชาชนพบการลักลอบจำหน่ายหรือการใช้แก๊สหัวเราะในลักษณะผิดกฎหมาย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้สารที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จนกลายเป็น "ภัยเงียบ" ที่คุกคามสังคมไทยในวงกว้าง








