ชนวนเหตุความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางลุกเป็นไฟอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อความตกลงหยุดยิงชั่วคราวและบันทึกความเข้าใจ (MOU) สันติภาพระหว่างสองมหาอำนาจคู่ปรับตลอดกาลอย่าง สหรัฐอเมริกา และ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ที่เพิ่งมีผลไปเมื่อเดือนก่อน ได้ถูก “ฉีกทิ้ง” เป็นที่เรียบร้อย นำไปสู่การกลับมาปะทะกันอย่างดุเดือด ทั้งในทางทหารบนน่านน้ำยุทธศาสตร์ และลามปามไปจนถึงปฏิบัติการใต้ดินขั้นรุนแรงที่เกือบปลิดชีพผู้นำโลก
ความตึงเครียดไม่ได้หยุดอยู่แค่การสู้รบในน่านน้ำตะวันออกกลาง แต่ดุเดือดลุกลามมาถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองล่าสุดเกี่ยวกับ "แผนการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์"
สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในขณะนี้ เดินมาถึงจุดที่ล่อแหลมที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แม้จะมีรายงานข่าวว่าอาจมีการพยายามเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้งเพื่อหาทางออก แต่การที่ทั้งสองฝ่ายต่างหันมาใช้มาตรการรุนแรง ทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การระดมทิ้งระเบิด และการลามปามไปจนถึงแผนลอบสังหารผู้นำประเทศ ย่อมทำให้รอยร้าวครั้งนี้ยากจะประสาน และโลกอาจต้องเตรียมรับมือกับ "สงครามพลังงานและสงครามตัวแทน" ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นนับจากนี้
ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งหนนี้ พุ่งเป้าไปที่ความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยบริเวณ "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นเลือดใหญ่ทางการคมนาคมขนส่งพลังงานของโลก การเปิดฉากเผชิญหน้าทางทหารและเหตุวินาศกรรมเรือสินค้าในพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้กลายเป็นเพียงเศษกระดาษ
ปัจจุบัน กองทัพของทั้งสองฝ่ายเร่งระดมสรรพาวุธเข้าประจันหน้า มีรายงานการส่งฝูงบินทิ้งระเบิดและขีปนาวุธโจมตีฐานที่มั่นของกันและกันอย่างดุเดือด นำไปสู่การปิดตายเส้นทางเดินเรือที่ผลักดันให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่
ความน่าสะพรึงกลัวของวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสู้รบด้วยอาวุธหนักในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังได้ขยายวงลามปามมาถึงใจกลางแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา
รายงานด่วนจากหน่วยข่าวกรองสากล มีการตรวจพบการเคลื่อนไหวของปฏิบัติการใต้ดินขั้นรุนแรง โดยระบุเด่นชัดถึง "แผนการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" ซึ่งการเปิดโปงแผนลับปลิดชีพผู้นำในครั้งนี้ ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ตัดโอกาสในการหันหน้าเข้าหากันของทั้งสองมหาอำนาจ ยกระดับความตึงเครียดขึ้นสู่จุดที่ล่อแหลมและพร้อมจะระเบิดเป็นสงครามใหญ่ได้ทุกวินาที
แม้ในทางลับจะยังมีกระแสข่าวว่าความพยายามทางการทูตจากประเทศตัวกลางกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยและหาทางออกรอบใหม่ ทว่าในความเป็นจริง โอกาสริบหรี่ลงไปทุกขณะ เนื่องจากมาตรการที่ทั้งสองฝ่ายนำมาใช้โต้ตอบกัน ล้วนเป็นมาตรการขั้นสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็น การปิดตายช่องแคบพลังงาน เพื่อกดดันเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกการระดมทิ้งระเบิดทำลายล้าง ฐานยุทธศาสตร์ทางทหาร และปฏิบัติการใต้ดินทางข้อมูลและบุคคล ที่ลามไปถึงการปองร้ายผู้นำประเทศ
รอยร้าวที่เกิดขึ้นในเดือนนี้จึงลึกเกินกว่าจะประสานได้ในระยะเวลาอันสั้น ประชาคมโลกนับจากนี้อาจไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ "สงครามพลังงานและสงครามตัวแทน (Proxy War)" ที่จะทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
#สหรัฐอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #โดนัลด์ทรัมป์ #DonaldTrump #ลอบสังหารทรัมป์ #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #สงคราม #วิกฤตพลังงาน #สงครามตัวแทน #ProxyWar #ข่าวเด่นวันนี้ #ข่าวด่วน #BreakingNews #ความมั่นคงโลก #เศรษฐกิจโลก วิกฤตการณ์โลก #MOUสันติภาพ #การเมืองโลก #Hormuz Strait








