ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล นำเสนอบทความเรื่อง "จิบกาแฟ แล...ลำปาง" ความว่า “จังหวัดลำปาง” นั้นเป็นเมืองรองที่เงียบสงบ แต่หลังจากนั่งฟังผู้บริหารจังหวัดและท้องถิ่นแลกเปลี่ยนกันตลอดเวที “จิบกาแฟ แล...ลำปาง” ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา ลำปาง เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 สิ่งที่สัมผัสได้กลับไม่ใช่ความเงียบสงบของเมือง แต่เห็นถึงพลังของผู้คนที่กำลังช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และช่วยกันสร้างอนาคตของเมือง
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกเทศมนตรีนครลำปางต่างพูดในประเด็นเดียวกันนั่นคือ “การพัฒนาเมือง ไม่มีใครทำคนเดียวได้”
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เล่าย้อนตั้งแต่ย้ายมารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ว่า สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การออกคำสั่ง แต่เป็นการทำความรู้จักลำปาง ทำความเข้าใจปัญหา มองหาจุดแข็ง และมองหาคนที่พร้อมจะร่วมกันพัฒนาเมือง
ตลอดการเล่าเรื่องของผู้ว่าฯ ทำให้เห็นภาพของผู้บริหารที่มองกว้าง รู้รอบ และเชื่อมโยงผู้คนได้อย่างน่าสนใจ ทุกปัญหาถูกมองเป็น “โอกาสในการสร้างเครือข่าย” และ “โอกาสในการทำงาน” เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องของจังหวัดเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยหลายหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อน การพัฒนาแม่น้ำวังให้กลับมาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ก็ไม่ใช่เพียงการปรับภูมิทัศน์ แต่เชื่อมการทำงานของเทศบาลนครลำปาง กรมเจ้าท่า องค์กรจัดการน้ำเสีย และอีกหลายภาคส่วน เพื่อให้แม่น้ำกลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้อีกครั้ง
สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาที่แท้จริงต้องมองไกลกว่าปัญหาเฉพาะหน้า และการพัฒนาแบบ Local เพื่อไปสู่ Global ไม่ใช่การลอกแบบเมืองอื่น แต่ต้องเริ่มจากการใช้ทุนของตัวเองให้เกิดคุณค่ามากที่สุดไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากาดกองต้า การต่อยอดประวัติศาสตร์เขลางค์นคร การอนุรักษ์รถม้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมือง การสร้างศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การยกระดับบ้านหลุยส์ การอนุรักษ์ชามตราไก่ ไม้ไผ่ลำปาง กลองปูจา รวมถึงการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวจากแม่กำปองมายังลำปาง ทุกเรื่องล้วนเริ่มจาก “ทุนทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรม” ที่ลำปางมีอยู่ ฟังแล้วทำให้เห็นว่า ผู้ว่าฯ ไม่ได้มองเพียงสิ่งที่มีอยู่ แต่กำลังมอง “ช่องว่าง” ที่สามารถต่อยอดได้
ในอีกมุมหนึ่ง นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง ได้เติมภาพให้สมบูรณ์ขึ้น โดยชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายของการบริหารเมืองในวันนี้ คือ “การสร้างความร่วมมือร่วมใจในการทำงาน” และต้องสร้างเครือข่ายให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นเจ้าของการพัฒนาเมืองร่วมกัน
ด้านการศึกษา ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เนื่องจากเทศบาลได้สร้างความร่วมมือกับไต้หวัน เพื่อนำองค์ความรู้ด้าน Chip Semiconductor มาพัฒนาเด็กและเยาวชนลำปาง ให้เริ่มเรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคตตั้งแต่วัยเรียน เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการสร้างนักเรียนที่เก่งขึ้น แต่คือการสร้าง “ทุนมนุษย์” ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของลำปางในวันข้างหน้า
ขณะเดียวกัน เมืองยังเตรียมพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ ผ่านการพัฒนา LK Park อุทยานการเรียนรู้นครลำปาง และระบบ Home Care เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
หากผู้ว่าฯ พูดถึงการใช้ Local ไปสู่ Global นายกเทศมนตรีก็กำลังทำงานผสานกันไป ดึง Global เข้ามาพัฒนา Local นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายจากต่างประเทศ มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับคนลำปาง
เมื่อฟังทั้งสองท่านตลอดเวที ทำให้เห็นว่าการพัฒนาลำปางกำลังเดินไปในทิศทางที่น่าสนใจ หากจะสรุปเป็นโมเดลการพัฒนาเมือง คงเรียกได้ว่าเป็น LAMPANG CDS Model ประกอบด้วย Collaboration การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน Development คือ การพัฒนาคน เงิน งาน บนฐานข้อมูล ความรู้ และการต่อยอดทุนเดิมของพื้นที่ และ Sustainability คือ การสร้างระบบที่ทำให้การพัฒนาเดินต่อได้อย่างยั่งยืน
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้เนื้อหาบนเวที คือ การจัดงานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา ลำปาง นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร แพทย์รัตน์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์การศึกษา ลำปาง สะท้อนให้เห็นการทำงานแบบ “มาตรฐานสวนดุสิต” ได้อย่างชัดเจน เหมือนยกมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพฯ มาสู่ศูนย์การศึกษา ลำปาง เห็นความร่วมมือของคณะ โรงเรียน และส่วนงานภายในศูนย์การศึกษา ที่ช่วยกันขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
นอกจากข้อมูลความรู้ที่ได้แล้ว กิจกรรมจิบกาแฟ...แลลำปางในครั้งนี้ยังเชื่อมโยงการสร้างโอกาสทางการศึกษา ผ่านการร่วมสมทบทุนการศึกษาของนักศึกษาสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรมตามแนวคิดของการจัดกิจกรรมจิบกาแฟของศาสตราจารย์ ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน ที่ปรึกษาอธิการบดี และรองศาสตราจารย์ ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี ที่มองว่า การแลกเปลี่ยนความรู้เกิดขึ้นได้จากการพูดคุยกันและนำไปสู่การสร้างคุณค่าให้กับสังคมด้วย
สิ่งที่ได้จากการ “จิบกาแฟ...แลลำปาง” ทำให้เห็นว่า เมืองหนึ่งเมืองจะเติบโตได้ ไม่ใช่เพราะมีทรัพยากรมากที่สุด หากแต่เพราะมีผู้คนที่พร้อมจะเชื่อมโยงความรู้ ความสามารถ และหัวใจในการทำงานเข้าด้วยกัน
บางที... Local ที่แข็งแรง ก็คือจุดเริ่มต้นของ Global ที่ยั่งยืน








