ความแรงไม่มีแผ่ว สำหรับแนวรบที่ “กระทรวงมหาดไทย” เมื่อเวลานี้ เจ้าของรหัส “มท.1” อย่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพิ่งลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568
โดยมี “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี เป็น “ประธาน” ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมจัดทำรายงานเสนอให้นายกฯภายใน 30 วัน นับแต่วันนี้ 6 กรกฎาคม 69 และให้รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน
การทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น กำลังกลายเป็นทั้ง “วิกฤต” และ “โอกาส” สำหรับคัวนายกฯอนุทิน ในฐานะเจ้ากระทรวงมากกว่าใคร เพราะนับตั้งแต่วันที่มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องขณะกำลังเข้าไปแก้คะแนนสอบในไฟล์ ที่ผ่านมา เรื่องนี้ ถูกจับตาและตั้งข้อสังเกตกันมาตลอดว่า งานนี้ เมื่อมูลค่าการทุจริตนับหลายพันบาท จะมีเพียง “ข้าราชการระดับเล็ก” เท่านั้นหรือ และเรื่องนี้จะ “สาว” ไปถึง “ตัวการใหญ่” ได้จริงหรือไม่
และจะเป็นไปได้อย่างที่ไร ที่มท.1 อย่างอนุทิน จะไม่รู้เรื่องถึงความไม่ปกติ ในเมื่อ อนุทิน เองนั่งในเก้าอี้มท.1 มาตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทย ที่มี “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ จนเกิดการ “แย่งกระทรวง” เกิดขึ้นมาแล้ว
แต่เมื่อวันนี้ “ฝีแตก” เอาในยุคที่อนุทิน กลับมานั่งมท.1 อีกรอบ และดูเหมือนว่าแรงกดดัน ให้มีการแก้ปัญหาการทุจริตจากสังคม มีขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น ในฐานะเจ้ากระทรวง เรื่องการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะต้องกระจ่างออกมา เพราะอย่าลืมว่า มีผู้ที่สอบเข้ามาได้ด้วยตัวเอง อย่างบริสุทธิ์ กำลังได้รับผลกระทบรวมไปด้วย
นอกจากนายกฯจะลงนามตั้งคณะกรรมการฯชุดใหญ่ที่มี “มือกฎหมายรัฐบาล” อย่าง รองนายกฯปกรณ์ นั่งหัวโต๊ะแล้ว อย่าลืมว่าในระดับกระทรวงมหาดไทย เอง ปลัดคู่ใจ อย่าง “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดกระทรวง ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 5 ราย
ต่อมามีรายงาน ว่า บุคคล 5 รายปรากฏว่ามีการระบุว่าจะโดนสอบวินัยร้ายแรง หลุดออกมาเป็นข่าว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า มีระดับ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รวมอยู่ด้วย
ล่าสุดวันนี้ “ธนนท์ พรรพีภาส” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์เปิดใจ ยอมรับว่า เป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เนื่องจากดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการ กสถ.ซึ่งในกระบวนการก็ต้องตรวจสอบ
“ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่รู้ในเรื่องนี้เลย ทำงานอย่างเดียว" (6 ก.ค.69)
การเดินหน้าสอบเอาผิดขบวนการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแม้ด้านหนึ่งคือ “โอกาส” ที่นายกฯอนุทิน จะต้องทำความจริงให้เปิดเผย และสาวให้ถึง “ตัวจริง”เพื่อเรียกความเชื่อมั่น แล้ว อย่าลืมว่า การยิงปืนนัดนี้ อาจได้ “นกสองตัว” โดยที่นกตัวที่สอง กำลังถูกจับตาว่า จะเป็นนก ที่อยู่ตรงข้ามกับ นายกฯอนุทิน และปลัดมหาดไทย หรือไม่
เมื่อปฏิบัติการล้างบางขบวนการทุจริตโกงสอบของกรมสถ.นั้นอาจมีเป้าหมายที่ ใหญ่กว่า 5 บิ๊ก สถ.ที่ปรากฏเป็นข่าว เท่านั้น !








