บินกลับจากฝรั่งเศส “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รีบบึ่งเข้าทำเนียบรัฐบาลทันที เพราะมีเรื่องร้อนๆ รออยู่ !
อย่าลืมว่า ตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาล ต้องตอบคำถามด้วยกันหลายเรื่อง ทั้งกรณี แอร์การบินไทย ถูกจับที่ออสเตรเลียเนื่องจากแอบนำยาเสพติดเข้าประเทศ แน่นอนว่า เวลานี้ แอร์การบินไทย กำลังถูกสอบสวนภายใต้กฎหมายของออสเตรเลีย
แต่เรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะสายการบินไทยกำลังได้รับผลกระทบ รวมทั้งภาพลักษณ์ของประเทศทั้งในด้านความมั่นคงและการท่องเที่ยว ตามมาทันที ด้วยเหตุนี้นายกฯอนุทิน จึงสั่งการข้ามประเทศมาจากฝรั่งเศสล่วงหน้าแล้วว่า 3 ก.ค.นี้มีการประชุมด่วนกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ไม่เฉพาะหน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติด คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT)
กรณีแอร์การบินไทยถูกทางการออสเตรเลีย จับกุมข้อหายาเสพติดครั้งนี้ แน่นอนว่ารัฐบาลไม่อาจนิ่งเฉย เพราะด้านหนึ่งคือการสะท้อนความหละหลวมการตรวจค้น เนื่องจาก ลูกเรือสายการบินของไทย จะตรวจแค่เรื่องวัตถุระเบิดเท่านั้นเท่ากับว่าปัญหาเริ่มจากความไม่รัดกุม ของฝ่ายไทยเองที่ยกเว้นให้กับลูกเรือใช่หรือไม่
และในวันเดียวกันนี้ ยังปรากฏว่านายกฯอนุทิน ได้ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการระดับท้องถิ่น ซึ่งทำกันเป็นขบวนการและมีเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในกระทรวงมหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้อง ซี่งเรื่องนี้คือปัญหาในกระทรวงที่ นายกฯอนุทิน กำกับดูแล ในฐานะ “มท.1” เอง
จะเห็นได้ว่าปัญหาใหญ่ที่สั่นคลอนรัฐบาลได้ชัดเจน คือการบริหารจัดการในฐานะ “ฝ่ายบริหาร” ในฐานะรัฐบาล มากกว่าการรับมือกับ “ฝ่ายค้าน” ที่แม้จะออกแรง “ชำแหละ” ร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2570 ใช้เวลา 3 วัน ทำเอาสภาฯระอุก็ตาม แต่สุดท้าย รัฐบาลสามารถเอาตัวรอดมาได้ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยเอง เมื่อ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ไม่ได้ช้ำ อย่างที่คาดกันเอาไว้
อย่างไรก็ดี การเปิดแนวรับมือของนายกฯอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย จากนี้คือการแก้โจทย์ใหญ่ที่ว่า จะอย่างไรเพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าได้ต่อไป และอยู่ให้ยาวมากที่สุด
การเมืองนั้นรับมือได้ อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะ “คู่ต่อสู้” อ่อนแรงกันหมด แต่ “การบ้าน” คือโจทย์หินที่จะอาศัย “3เทคโนแครต” มาช่วยพยุงรัฐบาล เหมือนก่อนเลือกตั้ง นั้นคงไม่ง่ายอีกแล้ว
ล่าสุดผลการสำรวจความคิดเห็นจาก “อีสานโพล” สะท้อนว่า “คะแนนนิยม” ของรัฐบาลนั้น “สอบตก” เพราะได้เพียง 4.67 จากคะแนนเต็ม 10 หลังผ่านไปแล้ว 3 เดือน ที่เข้ามาบริหารประเทศ
“ รัฐบาลชุดปัจจุบัน หรืออนุทิน 2 จะใช้แต่ยาพาราไม่ได้ เพราะประเทศอยู่ในสภาพอาการที่ทรุดหนัก ควรอัดยาแรงกระตุ้นภาพรวมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับมาตรการที่มุ่งเน้นการลดค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม” ตอนหนึ่งจากผลอีสานโพล ( 2 ก.ค.2569)
และนี่คือ โจทย์ใหญ่ โจทย์ยากที่กระทบต่อคะแนนนิยมโดยตรง สำหรับรัฐบาลที่มีความแข็งแกร่งในทางการเมือง ก็อาจช่วยอะไรไม่ได้ !!








