ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ
รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า
หลังจากที่ตั้งคณะรัฐมนตรีกันเสร็จเรียบร้อย ก็เข้าสู่ช่วงการทำงานของสภาอย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกครั้งหลังจากที่มีมีสภา ก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการต่างๆ วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกรรมาธิการกันครับ ว่ามันคืออะไร ทำหน้าที่อะไร และมีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง ไปกันเลยครับ
คณะกรรมาธิการ หมายถึง “องค์กรภายในรัฐสภา ที่ประกอบด้วยบุคคลที่ได้รับเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา และหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภา ที่สภาแต่งตั้งขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดๆตามที่สภามอบหมาย และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้รายงานต่อสภา”
ซึ่งหัวใจสำคัญของคณะกรรมาธิการคือการเป็นเครื่องมือหรือกลไกในการทำงานของรัฐสภา เพราะอย่าลืมว่า ภารกิจและอำนาจรับผิดชอบของสภานั้นกว้างขวางมาก การจะพิจารณาปัญหาที่หลากหลายได้จำเป็นจะต้องได้รับทราบข้อเท็จจริงตลอดจนแนวทางในการดำเนินการเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งแน่นอนว่า ตัวสภารวมถึงสมาชิกเองไม่สามารถที่จะตอบสนองได้ทั้งหมดในการประชุมของสภา สภาจึงแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นประกอบด้วยสมาชิกจำนวนหนึ่ง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อรับผิดชอบเฉพาะเรื่อง ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาใหญ่ของที่ประชุมสภานั่นเอง
กล่าวได้ว่า คณะกรรมาธิการต่างๆ มีความสำคัญในการช่วงแบ่งเบาภารกิจของรัฐสภา ทำให้ได้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยทำงาน ทำให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงทำให้สามารถติดตามการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเอง นอกจากนี้กรรมาธิการยังมีอำนาจในการเรียกเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐ เชิญบุคคลมาให้ข้อมูล ขอคำชี้แจงจากหน่วยงานราชการ ตลอดจนการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเด็นต่างๆ ถึงแม้ว่ากรรมาธิการจะไม่มีอำนาจในการกำหนดโทษโดยตรงต่อหน่วยงานของรัฐ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า หากกรรมาธิการเรียกมาให้ข้อมูลก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติและให้ความร่วมมือ คณะกรรมาธิการแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ คณะกรรมาธิการสามัญประจำรัฐสภา และ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งความแตกต่างหลักๆคือคุณสมบัติของบุคคล
กรรมาธิการสามัญ จะแต่งตั้งจากบุคคลผู้เป็นสมาชิกรัฐสภา และจะมีอายุเท่ากับอายุของสภา ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 35 คณะสำหรับสภาผู้แทนราษฎร และอีก 22 คณะสำหรับวุฒิสภา ในขณะที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญ จะแต่งตั้งจากคนที่เป็นสมาชิกรัฐสภา หรือคนนอกก็ได้ โดยมากทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมายหรือสอบสวนเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่สภามอบหมาย และมักมีอายุอยู่ตามความจำเป็นเท่า พูดง่ายๆว่า จบภารกิจแล้วก็แยกย้าย นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมาธิการอื่นๆอีก เช่น คณะกรรมาธิการร่วมกัน คณะกรรมาธิการเต็มสภา และ คณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา เป็นต้น
ซึ่งนอกเหนือจากตัวกรรมาธิการที่ได้กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีตำแหน่งอื่นๆที่อยู่ภายในกรรมาธิการแต่ละชุดอีกเช่นกัน ที่มีหน้าที่ช่วยเหลืองานของกรรมาธิการในแต่ละคณะ ได้แก่ ประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการ โฆษกประจำคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ และ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ ซึ่งแต่ละตำแหน่งก็จะมีคุณสมบัติในการแต่งตั้งที่แตกต่างกันไป
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับกรรมาธิการ คือ บทบาทหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การกลั่นกรองและพิจารณากฎหมาย (Legislation) การตรวจสอบฝ่ายบริหาร (Oversight) และการรับฟังการสะท้อนปัญหาของประชาชน (Representation) ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของประชาธิปไตยรวมถึงความเข็มแข็งของรัฐสภา หากกรรมาธิการที่ถือได้ว่าเป็นมือไม้ของสภา ไม่สามารถทำภารกิจทั้งสามได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นอาจหมายความถึงความอ่อนแอในการตรวจสอบถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายบริหาร การไม่สามารถผลักดันกฎหมายที่จำเป็นตามความต้องการของประชาชน รวมถึงไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ตามเจตนารมณ์นั่นเอง
อย่างไรก็ดี กรรมาธิการของไทย อาจยังมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบฝ่ายบริหาร เพราะกรรมาธิการไม่ได้มีอำนาจโดยตรงในการเรียกเอกสาร หรือมีอำนาจในการบังคับให้ตัวบุคคลต้องมาให้ข้อมูลแก่กรรมาธิการ ดังที่ปรากฏใน พ.ร.บ. อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568 ซึ่งไม่ได้ให้อำนาจที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีการกำหนดโทษของการไม่มาตามคำเชิญของกรรมาธิการ ซึ่งสิ่งนี้ค่อนข้างแตกต่างหากเปรียบกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา กรรมาธิการมีอำนาจค่อนข้างมากในการเรียกบุคคลให้มาให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ หรือแม้แต่ข้อมูลด้านความมั่นคง
หากพี่น้องประชาชนมีปัญหาในเรื่องใด ก็อย่าลืมช่องทางของกรรมาธิการนะครับ เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม หรือร้องเรียนให้เกิดการพัฒนาต่างๆ
สัปดาห์นี้ลาไปก่อนครับ
เอวัง








