ป.ป.ช. พิจิตร ลงพื้นที่สอบปัญหาสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 2 ตำบลชล ส่งมอบงานไม่ได้ ทำชาวบ้านขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร แจ้งเร่งทำให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต นิติกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าของโครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร
ในพื้นที่ตำบลหอไกร อำเภอบางมูลนาก และตำบลหนองพยอม อำเภอตะพานหิน หลังได้รับแจ้งเบาะแสความเดือดร้อนจากภาคประชาชนว่า ไม่สามารถสูบน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรได้
จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและลงพื้นที่ตรวจสอบ พบประเด็นปัญหาและมีแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา ดังนี้
1. #พื้นที่เทศบาลตำบลหอไกร
พบปัญหาไม่สามารถส่งมอบสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า (ระบบส่งน้ำพื้นที่ชลประทาน 2,000 ไร่ บ้านย่านท่าเสา) ได้ เนื่องจากยังติดขัดเรื่องการถ่ายโอนบุคลากรผู้ดูแล และเอกสารสำคัญ 4 รายการที่โครงการชลประทานพิจิตรต้องจัดส่ง ได้แก่ (1) ประกาศกำหนดอายุการใช้งานและอัตราค่าเสื่อมราคา (2) การคำนวณค่าเสื่อมราคาสะสมของทรัพย์สินตั้งแต่วันที่ได้รับจนถึงวันส่งมอบ (3) หมายเลขครุภัณฑ์ และ (4) ทะเบียนทรัพย์สิน ซึ่งทางโครงการชลประทานพิจิตรรับไปทบทวนและตรวจสอบตามระเบียบกฎหมายเพื่อหาแนวทางดำเนินการต่อไป
2. #พื้นที่เทศบาลตำบลหนองพยอม
พบปัญหาการส่งมอบสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า (ระบบส่งน้ำพื้นที่ชลประทาน 1,500 ไร่ บ้านหนองพยอม) ใน 2 ประเด็น คือ การทดสอบระบบสูบน้ำที่ยังพบปัญหาท่อส่งน้ำมีรอยรั่วชำรุด ทำให้ไม่สามารถวัดประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ และประเด็นเอกสารประกอบการส่งมอบที่ยังไม่ครบถ้วน (เช่นเดียวกับกรณีเทศบาลตำบลหอไกร)
ทั้งนี้ ได้ข้อยุติร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนการรับโอนโครงการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ดังนี้...
วันที่ 7 – 8 กรกฎาคม 2569 : กำหนดทดสอบระบบสูบน้ำเพื่อตรวจความพร้อมและประสิทธิภาพของท่อส่งน้ำ
ด้านเอกสาร : ให้โครงการชลประทานจัดทำเอกสารการถ่ายโอนให้ถูกต้องครบถ้วนตามเกณฑ์ เพื่อส่งมอบให้เทศบาลตำบลหนองพยอม
ด้านการบริหารจัดการ : ให้เร่งจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำของสถานีสูบน้ำให้เรียบร้อยตามหลักเกณฑ์
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้กำชับให้ทั้งสองโครงการเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 3 เดือน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากสถานีสูบน้ำได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ป้องกันไม่ให้โครงการรัฐถูกทิ้งร้างจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในการเพาะปลูกเป็นอย่างมาก








