เนื่องในมงคลสมัยวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ปวงชนชาวไทยต่างร่วมใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และทรงพระวิริยอุตสาหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสืบสานพระราชดำริและพัฒนาคุณภาพชีวิตสตรีไทย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางรากฐานความมั่นคงให้แก่ครอบครัวและชุมชนระดับฐานรากทั่วประเทศ
พระราชกรณียกิจในด้านนี้สะท้อนถึงการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในยุคปัจจุบัน ทรงเป็นต้นแบบของสตรีไทยยุคใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยพระปรีชาสามารถ ทรงส่งเสริมบทบาทและความเท่าเทียมของสตรีผ่านการสร้างอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน
โดยทรงให้ความสำคัญกับงานหัตศิลป์ไทยและผ้าทอท้องถิ่นอันเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทรงชุบชีวิตผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไทยยกดอก รวมถึงผ้าบาติกและงานปักของกลุ่มชาติพันธุ์ ด้วยการเลือกฉลองพระองค์ด้วยผ้าทอเหล่านี้ในการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชภารกิจทั้งในและต่างประเทศ จนกลายเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล
อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปตรวจเยี่ยมกลุ่มแม่บ้านและสมาชิกศิลปาชีพในภูมิภาคต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทรงประทับราบกับพื้นเพื่อทอดพระเนตรกรรมวิธีการผลิต รับฟังปัญหา และพระราชทานคำแนะนำในการปรับปรุงลวดลาย สีสัน ให้ร่วมสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากอาชีพเสริมให้กลายเป็นรายได้หลักที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี
นอกจากนี้ในวันสตรีไทยวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี พระองค์จะทรงมีพระราชดำรัสอันทรงคุณค่าที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและให้ทิศทางแก่สตรีไทยในการพัฒนาตนเอง ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และการรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม ควบคู่ไปกับการปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมทั้งพระราชทานรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติแก่สตรีและเยาวสตรีไทยดีเด่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการขับเคลื่อนสังคม
ไม่เพียงแต่การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น สมเด็จพระบรมราชินีทรงใส่พระราชหฤทัยในเรื่องสุขภาวะของสตรีและเด็กอย่างลึกซึ้ง โดยทรงเล็งเห็นว่าผู้หญิงคือเสาหลักในการดูแลความเป็นอยู่ของคนในบ้าน จึงทรงสนับสนุนโครงการแพทย์อาสาและหน่วยตรวจคัดกรองโรคเชิงรุกสำหรับสตรีในพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยให้แก่แผนกนารีเวชและกุมารเวชกรรมในโรงพยาบาลทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้มั่นใจว่าสตรีและแม่ทุกคนจะได้รับโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานและปลอดภัย
พระราชกรณียกิจอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาทั้งหมดนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว หากแต่เป็นการวางรากฐานชีวิตที่ยั่งยืน ให้สตรีไทยได้เติบโตอย่างเข้มแข็ง มีสุขภาพที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว








