ความเคลื่อนไหวของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ที่บุกไปถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ไปถึงหน้าหมู่บ้านทั้งของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับ “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย จะสามารถแปรเปลี่ยนกลายเป็น “คลื่น” ที่มีพลังมากพอ จนสร้างแรงสั่นสะเทือน กระทบ “หัวขบวน” ของพรรคสีน้ำเงิน ตามมาได้หรือไม่
แต่ต้องยอมรับว่า ปฏิบัติการ ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่เกาะติดตรวจสอบ ปมปัญหาที่ดินเขากระโดง ตั้งแต่ในสภาฯ ไปจนถึงลุยลงพื้นที่ ไปถึงบุรีรัมย์นั้น ทำให้ผู้คนในสังคม หันมาจับจ้องเรื่องที่ดินเขากระโดงรอบใหม่
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้โซเชียลเพื่อบอกต่อสาธารณะ ว่าตนเองจะทำอะไร และจะไหน พร้อมประกาศก่อนหน้านี้ที่สภาฯว่าต้องการไปพบกับ เนวิน เพื่อพูดคุยกันอย่างลูกผู้ชาย ถามว่าทำไมจึงไม่คืนที่ดินของหลวง
ล่าสุดหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่ได้บุกไปถึงหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านพักของทั้งนายกฯอนุทิน และเนวิน บ้านเลขที่ 30/2 หมู่ 4 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จากนั้นเมื่อไม่สามารถเข้าไปตัวบ้านได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่อนุญาต พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยกคณะไปที่ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์
เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเนวิน ครอบครัว และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง กรณีบุกรุกครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณเขากระโดง ใน ต.อิสาณ และ ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ และดูเหมือนว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงที่การแจ้งความที่บุรีรัมย์
เพราะเจ้าตัวประกาศแล้วว่า จะไปพบ นายกฯอนุทิน ที่ทำเนียบรัฐบาลต่อ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าตนได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ในฐานะที่นายกฯอนุทิน กำกับดูแลตำรวจ จึงต้องไปติดตาม หากไม่ติดตามถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
“ จากนี้จะไปหาคุณอนุทินที่ทำเนียบให้รับผิดชอบ ไม่ทำก็ละเว้น มาดูสถานที่จริงแล้วใหญ่กว่าดิสนีย์แลนด์เสียอีก” (1 มิ.ย.69)
การเคลื่อนไหวของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่าด้วยเรื่องที่ดินเขากระโดง ที่พุ่งเป้าไปที่ เนวินและครอบครัว นั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 จนมาถึง ณ เวลานี้ ดูเหมือนว่า ช่องทางที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พยายามขอชื่อจาก พรรคฝ่ายค้าน เพื่อยื่นคำร้อง ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเอาผิดอนุทิน และ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ขาดคุณสมบัติ สส. และรัฐมนตรี
เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีการครอบครองพื้นที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ จนสุดทาง เมื่อไม่สามารถรวบรวมรายชื่อได้ครบ
แต่น่าสนใจว่า การขยับของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในห้วงเวลานี้ต่างหากที่อาจกลายเป็นการ “ย้ำแผล” ที่พรรคภูมิใจไทย กำลังถูกจับตาและโจมตีเรื่อง “ขบวนการสีน้ำเงิน” กินรวบ คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แทบทุกมิติ !








