วิวาทะการเมืองระหว่าง “ส้ม” กับ “สีน้ำเงิน” ฟาดฟันกันดุเดือด และทุกระดับ ตั้งแต่ขุนพลหน้าค่าย ไปจนถึง “แม่ทัพ” ต่างออกมาเปิดหน้า ตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง !
พรรคประชาชน จากค่ายส้ม หยิบยกเอา วลี “ระบอบสีน้ำเงิน” ขึ้นมาถล่ม “พรรคภูมิใจไทย” แน่นอนว่า “ได้ผล” เกินคาด เพราะงานนี้ สว.ในปีกที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย เปิดหน้า เป็น “คู่กรณี” กับพรรคประชาชน ทั้ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ไปจนถึง “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาฯคณะก้าวหน้า ที่เผยแพร่บทความพาดพิงองคมนตรี
ล่าสุดชัดเจนว่า ณัฐพงษ์ ประกาศ "ไม่ขอโทษ" แม้ “กลุ่ม89สว.” จะออกมากดดันให้ดำเนินการภายใน 3 วัน หลังจากที่กล่าวหาว่า สว.ชุดปัจจุบัน อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน
ความจริงแล้วปัญหาระหว่าง พรรคส้มกับพรรคสีน้ำเงิน นั้นเกิดขึ้นและดำเนินมาในหลายรูปแบบ แม้ที่ผ่านมา ทั้งสองพรรคจะเคยทำ MOA ร่วมกัน เพื่อให้ภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ระยะสั้นๆ และโหวตชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ให้ได้เป็นนายกฯ มาแล้ว
การตัดสินใจในครั้งนั้นของพรรคประชาชน ที่เลือกยกเสียงสส. เลือกอนุทิน ให้เป็นนายกฯ หลัง “พรรคเพื่อไทย” เดินมาถึงจุดอับทางการเมือง จึงกลายเป็นการต่อยอด ขยายฐาน “อำนาจ” ให้กับภูมิใจไทยไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ดี วลีที่บอกว่า เป็นเพราะ “ส้ม” ที่โหวตอนุทิน จึงทำให้ พรรคสีน้ำเงิน เติบโตชนิดก้าวกระโดด ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง นั้น แท้จริงแล้ว ด้านหนึ่งคือการ “เย้ยเยาะ” และชี้ถึงความเดียงสาทางการเมืองของพรรคประชาชน ทั้งที่อย่าลืมว่า การตัดสินใจ “ขั้นสูงสุด” ย่อมไม่ได้มาจาก หัวหน้าพรรคที่ชื่อ ณัฐพงษ์ อยู่แล้ว
สำหรับพรรคประชาชนแล้ว ผลจากการทำ MOA ที่ผ่านมา คือ “ความผิดพลาด” ที่เจ้าของพรรคคำนวณพลาด และคงไม่คาดคิดว่า “ความเสียหาย” จะบานปลายมาถึงวันนี้ได้ ทั้งการต่อยอด “อำนาจ”ให้พรรคภูมิใจไทยได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ก่อนประกาศยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ เมื่อ8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เอง แท้จริงแล้ว เจ้าของพรรค ย่อมรู้อยู่แล้วว่า เพียงแค่การทำ MOA กำเนิดรัฐบาล 4 เดือน นั้นยังไม่ใช่ “ปัจจัยชี้ขาด” ที่จะสะสมอำนาจได้เท่านั้น
การที่ นายกฯอนุทิน บอกกับสื่อ เพื่อตอบโต้สิ่งที่ ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ล่าสุดวันนี้ก็ถือเป็นข้อเท็จจริง จากฝั่งของภูมิใจไทยเช่นกัน ว่าการเติบโตของพรรค หลังการเลือกตั้งก็ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาชน
“ ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ ก็มาจากประชาชน จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับการลงคะแนนมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และการจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่มี สส. ของพรรคประชาชนมาสนับสนุนผมสักคนเดียว ดังนั้น ผมไม่ได้ติดหนี้บุญคุณอะไร”
ร่องรอยความขัดแย้ง และความพ่ายแพ้ของพรรคส้ม อันเป็นผลมาจาก MOA ในวันวาน เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่า พรรคภูมิใจไทยเอง แท้จริงแล้ว ยังมี “เครื่องมือ” และ “กลไก” ที่ได้เปรียบพรรคส้มตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว !








