นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา "ข้าว" ไม่เพียงแต่เป็นอาหารหลักของคนไทย แต่ยังผูกพันอย่างลึกซึ้งกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม โดยมีชาวนาเป็น "กระดูกสันหลังของชาติ" ท่ามกลางวิถีเกษตรกรรมที่ยั่งยืนนี้ "พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ" ถือเป็นสายใยสำคัญที่เชื่อมโยงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ากับจิตใจของพสกนิกร เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลฯ ขึ้นใหม่ พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา โดยในระยะแรกทรงขับรถไถนาเตรียมแปลงและเก็บเกี่ยวด้วยพระองค์เอง
สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ศาสตร์พระราชา โดยการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากแปลงนาทดลองสวนจิตรลดา ซึ่งดำเนินการโดยกองประสานงานโครงการพระราชดำริ และศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว เพื่อนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกและจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” สำหรับแจกจ่ายให้พสกนิกรในเดือนพฤษภาคมของทุกปี
สำหรับการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา กรมการข้าวได้รวบรวมผลผลิตข้าวคุณภาพดีรวมทั้งสิ้น 5,147 กิโลกรัม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีฯ ในปี พ.ศ. 2569 โดยในปีนี้มีข้าวพันธุ์เด่น 7 สายพันธุ์ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ดังนี้
ขาวดอกมะลิ 105: ข้าวเจ้าหอมยอดนิยม มีลักษณะเด่นที่ความนุ่มและกลิ่นหอมคล้ายใบเตย ทนแล้งและดินเค็มได้ดี
กข6: ข้าวเหนียวคุณภาพสูง เมล็ดยาวเรียว เมื่อหุงสุกจะมีกลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสนุ่ม
กข79: ข้าวเจ้าพื้นนุ่มที่ต้านทานโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดีเยี่ยม ให้ผลผลิตสูง
กข85: ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสงที่โดดเด่นด้วยศักยภาพการให้ผลผลิตสูงถึง 1,173 กิโลกรัมต่อไร่
กข26 (เชียงราย 72): ข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสง ลำต้นแข็งแรง คุณภาพการสีดีเยี่ยม ให้ข้าวเหนียวนึ่งที่นุ่มและเหนียว
กข99 (หอมคลองหลวง 72): ข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่มพันธุ์ใหม่ ที่ให้ผลผลิตสูงและมีกลิ่นหอมละมุน
กข109 (หอมพัทลุง 72): ข้าวเจ้าพื้นนุ่มที่มีคุณภาพการขัดสีดีมาก ให้ข้าวที่หุงสุกแล้วทั้งนุ่ม เหนียว และหอม
กว่าจะมาเป็นเมล็ดพันธุ์บรรจุซองพระราชทาน กระบวนการปลูกต้องอาศัยเทคโนโลยีและความใส่ใจอย่างสูงสุด โดยมีการปลูกทั้งใน แปลงนาทดลองสวนจิตรลดา พื้นที่ 1.5 ไร่ และขยายผลไปยังศูนย์วิจัยข้าวต่างๆ เช่น ฉะเชิงเทรา, คลองหลวง, ชัยนาท, นครราชสีมา, พัทลุง และเชียงราย
ในทุกแปลงมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมดินด้วยวิธีไถกลบพืชตระกูลถั่วเพื่อเพิ่มปุ๋ยธรรมชาติ การใช้วิธีเปียกสลับแห้งเพื่อบริหารจัดการน้ำ ไปจนถึงการป้องกันแมลงด้วยสารชีวภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าเมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ดคือ "พันธุ์ดี" ที่จะเป็นต้นตระกูลข้าวคุณภาพสำหรับชาวนาไทยต่อไป
พันธุ์ข้าวพระราชทาน ไม่เพียงแต่เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูก แต่คือ "มิ่งขวัญและสิริมงคล" ที่ช่วยเติมเต็มพลังใจให้เกษตรกร ดังกระแสพระราชดำรัสที่ว่า "คนไทยต้องมีข้าว" การรักษาและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวไทยจึงเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืน และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับอาชีพชาวนาไทยสืบไป








