แม้จากนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จะสวมบทโลว์โปรไฟว์ แค่ก็ตาม ทว่าย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ในวันพรุ่งนี้ 11 พ.ค.69 เมื่อทักษิณ ได้รับการพักโทษและปรากฎตัวต่อสาธารณชนอีกครั้ง จุดโฟกัสทางการเมือง จะพุ่งไปที่ทักษิณ ทันที!
วันนี้ มวลชนคนเสื้อแดง นับพันทยอยไปปักหลักเฝ้ารอกันที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น หลายพันคน ตลอดทั้งคืนนี้ เพื่อที่จะรอได้พบกับทักษิณ ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ทำเอาบรรยากาศที่หน้าเรือนจำคลองเปรม คึกคักและมีชีวิตชีวายิ่งนัก
ตลอด 8 เดือนที่ทักษิณ ต้องอยู่ในเรือนจำ หลังจากที่ศาลฯสั่ง เมื่อการ “ติดคุกทิพย์” ที่ “ชั้น 14” พ่นพิษ และเป็นเวลาที่พรรคเพื่อไทยเองต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองที่ยากลำบาก ชนิดที่ทำให้พรรคกลายเป็น “พรรคต่ำร้อย” ทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้จะผ่านการรัฐประหาร มาแล้วหลายครั้งก็ตาม
ทั้งนี้สำหรับคนเสื้อแดงแล้ว ทักษิณ ยังคงเป็น “นายกฯในดวงใจ” และสำหรับ “พรรคเพื่อไทย” แล้วนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า “ฟ้าหลังฝน” เมื่อ “ผู้นำทางจิตวิญญาณ” กลับมาแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม การได้พักโทษ และได้โอกาสกลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ในวันพรุ่งนี้ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก “ครอบครัวชินวัตร” และมวลชนคนเสื้อแดง ไปถึง “สมาชิกพรรคเพื่อไทย”
ย่อมแตกต่างไปจากเมื่อวันที่ทักษิณ กลับประเทศไทย ในรอบ 17 ปี นั่งเครื่องบินจากดูไบ ลงจอดที่สนามบินดอนเมือง อย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 ทักษิณ กลับมาอย่าง “เท่ๆ” ตามที่เขาเคยประกาศเอาไว้ และในวันเดียวกันนั้นพรรคเพื่อไทย ยังได้ “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกฯ ผ่านการโหวตอย่างฉลุย
แต่สำหรับวันพรุ่งนี้ คนในพรรคเพื่อไทยและครอบครัวชินวัตรเอง ย่อมรู้ดีถึงความแตกต่างว่า แม้จะเป็นฟ้าหลังฝน แต่ “อำนาจ” ที่เคยมี ย่อมถูกจำกัดจนไม่อาจเดินกลับไปสู่จุดเดิมที่เคยยิ่งใหญ่ได้อีก
บทบาทที่ทักษิณ อาจจำใจต้องเลือกและเล่นจากนี้ไป คือการทำอย่างไรเพื่อไม่ให้กลายเป็น “เป้าโจมตี” ในระหว่างนี้ ภารกิจ “ฟื้นฟู” พรรคเพื่อไทย ไปพร้อมๆกับการแก้ปัญหาคนอกหักในพรรคที่พลาดหวังเก้าอี้รัฐมนตรี ให้ยังอยู่ต่อไปกับพรรค โดยไม่ถอดใจ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่อง “ภายใน” ที่ต้องเร่งสะสาง !








