บรรยากาศการเมืองไทยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ขยับใกล้เข้ามาทุกขณะ สังคมเริ่มจับจ้องว่าใครจะเป็นผู้กล้าลงทำศึกในครั้งนี้ และเพื่อให้เห็นภาพสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เราลองมาสำรวจความเคลื่อนไหวล่าสุดของศึกเลือกตั้งครั้งนี้กัน
1. เปิดโฉมหน้าผู้ท้าชิง และท่าทีพรรคการเมือง
ปัจจุบันมีผู้ที่เปิดตัวอย่างชัดเจนแล้วอย่างน้อย 3 ราย ได้แก่ (1) “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงแข่งขันในนามผู้สมัครอิสระ (2) “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” อดีต สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ และ (3) “คมสัน พันธุ์วิชาติกุล” อดีต สก.
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน “พรรคเพื่อไทย” ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงสนามในศึกครั้งนี้ เช่นเดียวกับ “พรรคภูมิใจไทย” ที่มีแนวโน้มจะถอยฉาก
ในขณะที่ฝั่ง “พรรคประชาชน” และ “พรรคประชาธิปัตย์” ต่างคอนเฟิร์มหนักแน่นว่าจะร่วมทำศึกอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาประกาศชื่อ “ว่าที่ผู้สมัครฯ” อย่างเป็นทางการ
2. "ชัชชาติ" ยังถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่ง
แสงสปอตไลต์ที่เจิดจ้าที่สุดย่อมหนีไม่พ้น “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ผู้สร้างปรากฏการณ์ชนะเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างถล่มทลาย
แม้วันนี้เจ้าตัวยังไม่ประกาศชัดจะลงสมัครต่อหรือไม่ แต่เหล่านักสังเกตการณ์ต่างฟันธงตรงกันว่า "ชัชชาติ" จะต้องป้องกันแชมป์ในสมัยที่ 2 อย่างแน่นอน และถูกยกให้เป็น "เต็ง 1" ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางสู่สมัยที่ 2 มีข้อสังเกตเชิงประวัติศาสตร์ที่ถูกเรียกขานว่า "อาถรรพ์ผู้ว่าฯ กทม." กำลังรอการพิสูจน์ !
3. ย้อนรอยอาถรรพ์ ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2
หากย้อนกลับไปนับตั้งแต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรกในปี 2518 ที่ “ธรรมนูญ เทียนเงิน” จากพรรคประชาธิปัตย์คว้าชัย (ก่อนถูกสั่งให้พ้นตำแหน่ง) จนกระทั่งทิ้งช่วงไปร่วม 10 ปี และกลับมาเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2528 ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า “กทม. มีผู้ชนะเลือกตั้ง 2 สมัยหลายคน แต่ไม่เคยมีใครอยู่ครบเทอมในสมัยที่ 2 เลย…แม้แต่คนเดียว”
(1) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง: ลาออกไปหาความท้าทายใหม่
"มหาจำลอง" คือผู้สร้างปรากฏการณ์ "จำลองฟีเวอร์" ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2528 และเมื่อลงสมัครสมัยที่ 2 ในปี 2533 คะแนนนิยมก็ยังท่วมท้นจนชนะเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ความร้อนแรงทางการเมืองระดับชาติในเวลานั้น ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งในปี 2535 เพื่อไปลงสมัคร สส. เข้าสู่สนามการเมืองใหญ่เต็มตัว ปิดฉากผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ไปก่อนกำหนด
(2) อภิรักษ์ โกษะโยธิน: ลาออกเพื่อแสดงสปิริต
“อภิรักษ์ โกษะโยธิน” จากพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรกในปี 2547 และรักษาแชมป์สมัยที่ 2 ได้ในปี 2551 แต่เดินหน้าไปได้ไม่นาน ก็ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง โดยเขาเลือกที่จะลาออกเพื่อแสดงสปิริต ทำให้การเป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ต้องยุติลงเพียงช่วงเริ่มต้น ส่วนคดีดังกล่าว ศาลฯได้ยกฟ้องอภิรักษ์ในปี 2556
(3) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร: พ้นตำแหน่งด้วยอำนาจ คสช.
“ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” อีกหนึ่งตัวแทนจากประชาธิปัตย์ ที่ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัยแรกในปี 2552 และคว้าชัยสมัยที่ 2 ในปี 2556 ท่ามกลางการขับเคี่ยวที่ที่ดุเดือดกับผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
แต่ต่อมา คสช. มีคำสั่งให้เขาพ้นจากตำแหน่งในปี 2559 ส่งผลให้สถิติ "ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 อยู่ไม่ครบเทอม" ยังคงถูกบันทึกไว้ต่อไป
การเลือกตั้งปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า หากแชมป์เก่าอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง และสมมติว่าสามารถคว้าชัยได้เป็นสมัยที่ 2 เขาจะเป็นคนแรกที่ล้างอาถรรพ์ และอยู่บริหารจนครบวาระ 4 ปีได้สำเร็จหรือไม่ ?
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังรอการเขียน หรือประวัติศาสตร์หน้าเดิมกำลังรอการฉายซ้ำ... อีกไม่นานเราจะได้รู้กัน !
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#ผู้ว่ากทม #เลือกตั้งกทม2569 #ชัชชาติ #การเมืองกรุงเทพ #อาถรรพ์การเมือง #BangkokElection #การเมืองไทย #ผู้ว่ากรุงเทพ #วิเคราะห์การเมือง #ศึกเลือกตั้ง #siamrathonline








