กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมไทย เมื่อรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ วุฒิสภา ถูกเผยแพร่ออกมาพร้อมข้อเสนอทยอยขยับเพดานภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ขึ้นปีละ 1 % จนไปแตะระดับ 10 %
ทันทีที่ข่าวนี้สะพัดออกไป สังคมรุมวิจารณ์อย่างหนักหน่วงจนรัฐบาลออกมาชี้แจงว่า เป็นเพียงข่าวปลอม ร้อนถึงฝั่ง สว. ที่ต้องรีบชิงถอนวาระรายงานฉบับนี้ออกจากที่ประชุม
แต่ท่ามกลางเสียงก่นด่า หลายคนอาจหลงลืมไปแล้วว่า ตัวเลข 10 % ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องใหม่และน่ากลัวนี้ ความจริงนั้น คนไทยเคยประสบกับฝันร้ายนี้มาแล้ว
1. เมื่อคนไทยต้องควักกระเป๋าจ่าย VAT 10 % ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย จะพบว่ามีเพียงช่วงเวลาเดียวเท่านั้นที่คนไทยทั้งประเทศต้องเผชิญกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 % นั่นคือช่วงเวลาแห่งความบอบช้ำจากวิกฤตต้มยำกุ้ง
ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม ปี 2540 ภายใต้การบริหารของรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประเทศไทยประสบภาวะเศรษฐกิจพังทลายจนต้องขอกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
สิ่งที่ตามมาคือ รัฐบาลต้องยอมกลืนเลือดปฏิบัติตามเงื่อนไขบีบบังคับอันเข้มงวดเพื่อรักษาวินัยการคลัง ซึ่งหนึ่งในมาตรการนั้นคือ การประกาศขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 % เป็น 10 % ทันที
ในยุคที่ธุรกิจพากันปิดกิจการและคนตกงานมหาศาล การพุ่งขึ้นของภาษียิ่งซ้ำเติมต้นทุนค่าครองชีพและราคาสินค้าทั้งระบบให้สาหัสขึ้นไปอีก
กระทั่งในเดือนเมษายน ปี 2542 รัฐบาลชุดต่อมา (รัฐบาลชวน) ทนพิษบาดแผลทางเศรษฐกิจและภาวะกำลังซื้อที่หดหายของประชาชนไม่ไหว จึงมีมติให้หั่นอัตราภาษีมูลค่ากลับลงมาเหลือ 7 % ตามเดิม เพื่อกู้ชีพเศรษฐกิจและต่อลมหายใจให้ประชาชนมาจนถึงทุกวันนี้
2. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 % คือ "กฎหมาย" ส่วน 7 % คือ "โปรโมชั่น"
จากประเด็นดราม่าของ สว. ครั้งล่าสุด ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้เสนอให้แก้กฎหมายเพื่อขึ้นภาษี แต่เป็นเพียงการเสนอให้รัฐบาลเลิกต่ออายุการลดหย่อนภาษีต่างหาก
เพราะในความเป็นจริงตามประมวลรัษฎากร ประเทศไทยมีเพดานภาษีมูลค่าเพิ่มระบุไว้อยู่ที่ 10 % มาตั้งแต่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2535 แล้ว
ดังนั้น อัตรา 7 % ที่เราจ่ายกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งแบ่งเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจริงๆ 6.3 % และภาษีท้องถิ่นอีก 0.7 % จึงเป็นเพียงโปรโมชั่นชั่วคราวที่รัฐบาลในอดีตตราเป็นพระราชกฤษฎีกาลดหย่อนไว้ เพื่อไม่ให้ประชาชนแบกรับภาระหนักเกินไป
และกลายเป็นว่านับแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกรัฐบาลต่างก็ใช้วิธีต่ออายุการลดหย่อนนี้มาเรื่อยๆ ลากยาวมากว่า 3 ทศวรรษ จะมียกเว้นก็เพียงช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเท่านั้น
3. ทำไมตัวเลข 10% ถึงเป็น "ของแสลง" ทางการเมือง ?
เหตุผลที่ความพยายามแตะต้องอัตราภาษีนี้ต้องล้มเหลวและถูกตีตกไปทุกครั้ง มีสาเหตุที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มคือภาษีทางอ้อมที่เก็บจากทุกคนเท่ากันหมด การขยับขึ้นเพียง 1 % ย่อมหมายถึงต้นทุนการใช้ชีวิตและราคาสินค้าที่พุ่งทะยานขึ้นทันที
ยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบเชื่องช้า หนี้ครัวเรือนพุ่ง และค่าครองชีพสูง การเพิ่มภาระให้ประชาชนจึงเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้ การแตะเรื่องนี้จึงเปรียบเสมือนการฆ่าตัวตายทางการเมือง เพราะไม่มีรัฐบาลไหนอยากเอาคะแนนนิยมของตัวเองไปเสี่ยง โดยเฉพาะในระบบการเมืองที่คะแนนเสียงคือปัจจัยชี้เป็นชี้ตาย
ตราบใดที่โครงสร้างรายได้ของรัฐยังไม่ถูกปฏิรูปอย่างจริงจัง และภาระทางการคลังจากนโยบายต่างๆ ยังคงบานปลาย ข้อเสนอเรื่องการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 % ก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นภาพหลอน เพื่อโยนหินถามทางอยู่เรื่อยๆ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10 % ทุกคนรู้ว่ามันมีอยู่จริงและซ่อนอยู่ในลิ้นชักของทุกรัฐบาล แต่บทเรียนจากยุคต้มยำกุ้งและเสียงก่นด่าจากประชาชน ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า คงยังไม่มีรัฐบาลไหนยอมเสี่ยงเปิดลิ้นชักใบนี้ออกมาในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#VAT #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #เศรษฐกิจไทย #ต้มยำกุ้ง #ของแพง #ข่าวเศรษฐกิจ #siamrathonline








