“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีกำหนดการลงพื้นที่ภาคใต้วันศุกร์ที่ 17 เม.ย.นี้ โดยแผนเดิม คือการเดินทางไปเยี่ยม “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ถูกลอบยิง ทำให้ตำรวจติดตามและคนขับรถได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะตำรวจติดตามถึงขั้นสูญเสียดวงตา
แต่ล่าสุด “อับดุลเราะมัน มอลอ” รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดเผยผ่านรายการข่าวว่า นายกฯอนุทิน จะไม่ไปบ้านของสส.กมลศักดิ์ ที่นราธิวาสแล้ว แต่จะไปบ้าน ของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” แกนนำพรรคประชาชาติ ที่อำเภอเมือง จ.ยะลา แทน และให้ สส.กมลศักดิ์ เดินทางเข้าพบนายกฯอนุทิน แทน
แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนกำหนดการของนายกฯอนุทิน ย่อมกลายเป็นจุดที่ต้องจับตา และยังถูกนำไปตั้งข้อสังเกตด้วยกันหลายทาง ทั้งในแง่ความปลอดภัย ของผู้นำรัฐบาลเอง ตามที่รองเลขาฯพรรคประชาชาติ ระบุว่า “การตัดสินใจไม่เข้าพื้นที่ อาจสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในสถานการณ์ความปลอดภัย แม้ในระดับผู้นำสูงสุดของประเทศ ถือเป็นสัญญาณเชิงลบต่อพื้นที่”
นอกจากนี้ อับดุลเราะมัน ยังมองว่า การปรับแผนอาจมีสาเหตุจากความกังวลด้านความปลอดภัย เมื่อมีการกำหนดการลงพื้นที่ล่วงหน้า หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่มักจะประเมินสถานการณ์และรายงานไปยังหน่วยเหนือ หากพบความเสี่ยงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแผน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ที่รอการลงพื้นที่ของนายกฯอนุทิน
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์คนร้ายลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ถึงหน้าบ้านพักที่จ.นราธิวาส นั้นถือเป็นเหตุอุกอาจอย่างมาก และจนถึง ณ เวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่สามารถ จับกุม “มือยิง” ที่ยังอยู่ในระหว่างการหลบหนี คือ “ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี” อดีตนาวิกโยธิน ซึ่งถือเป็น “จิ๊กซอร์ตัวสำคัญ” ของคดีนี้
สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาด้วยกัน 5 ราย คือสมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน ,สุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถ ,อลาวี อาแว คนขับรถ ,ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี และ ธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน มือปืน ทั้งนี้ มีการจับกุมไปแล้ว 4 คน ยกเว้น ร.อ. วิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน ที่ผ่านหลักสูตรรีคอน มือปืน
นอกจากนี้ยังปรากฎว่ารถยนต์ที่คนร้ายนำไปใช้ก่อเหตุ ยังเป็นของกอ.รมน. โดย “น.อ.มนตรี โตประเสริฐ” หัวหน้ากองบริหารงานทั่วไป กอ.รมน.จ.นราธิวาส ให้รถไปกระทำผิด ซึ่งน.อ.มนตรี มีความผิด ทั้งทางอาญาและทางวินัย แม้เจ้าตัวจะอ้างว่าเป็นการกระทำส่วนตัว
จากคดีลอบยิงสส.กมลศักดิ์ ถึงหน้าบ้านพักที่นราธิวาส ส่งผลทำ แกนนำพรรคประชาชาติ โดยเฉพาะ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรมว.ยุติธรรม เกาะติดเรื่องนี้ รวมถึงนำไปอภิปรายในสภาฯ เมื่อวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้นายกฯอนุทิน ลงมาดูแลด้วยตัวเอง
แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไปไกลมากกว่าเรื่องราวของคดี การไล่ล่ามือปืน จิ๊กซอร์ตัวสุดท้าย เมื่อวันแถลงข่าว 13 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวกับสื่อในขณะ “ปิดไมค์” ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”
จากประโยคดังกล่าวของแม่ทัพภาค ที่ 4 ส่งผลทำให้เกิดความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา โดยเฉพาะจากพรรคประชาชาติเองที่สส.กมลศักดิ์ ถูกลอบยิง ไปจนถึงพรรคประชาชน และนักวิชาการที่แสดงความกังวลต่อท่าที แม่ทัพภาคที่ 4 พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ตอบโต้
จากนั้น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาชี้แจง โดย “พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล” รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระบุผ่านเพจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า "ที่แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงในลักษณะนั้น เพราะต้องการยืนยันหลักการของหน่วยงานว่า ไม่มีนโยบายให้มีการกระทำในลักษณะดังกล่าว"
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ เหมือนเป็นปัญหาที่ซับซ้อนในจุดที่เปราะบาง ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังไม่มีรัฐบาลยุคใด “เอาอยู่” ได้อย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน นายกฯอนุทิน ยังถูกกดดันให้ลงมาดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะอย่าลืมว่า สส.กมลศักดิ์ คือคนของพรรคประชาชาติที่เพิ่งยกมือโหวตชื่ออนุทิน นั่งนายกฯและยังอยู่ในฐานะ “พรรคร่วมรัฐบาล” อีกด้วย
ขณะที่ ทางฝ่ายกองทัพเองนั้นมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า นายกฯอนุทิน ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะสั่งการอย่างหนึ่ง ดย่างใด กับกองทัพได้ และที่ผ่านมาในห้วง “ศึกไทยรบเขมร” นายกฯอนุทิน เองก็เป็นฝ่ายเอาหลังพิงกองทัพ จนทำให้พรรคภูมิใจไทย ได้แต้ม “รักชาติ” กวาดคะแนน ได้สส.เข้าสภาฯเป็นกอบเป็นกำไปแล้ว
การที่นายกฯอนุทิน เปลี่ยนแผนการเดินทางลงพื้นที่วันศุกร์ที่ 17 เม.ย.นี้ โดยเลือกไปบ้านของวันนอร์ ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกฯ แล้วให้สส.กมลศักดิ์ เดินทางมาพบ ซึ่งแน่นอนว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการพูดคุยกันถึง “ข้อมูล” ที่สส.กมลศักดิ์ มีในมือ นั้นส่วนหนึ่งเพื่อต้องการลดแรงเสียดทาน ในยามที่ แม่ทัพภาคที่ 4 กับฝ่ายการเมือง เห็นไม่ตรงกัน
อย่างไรก็ดี การลงพื้นที่ของนายกฯอนุทิน วันที่ 17 เม.ย.นี้ ประเด็นที่ต้องจับตาเมื่อนายกฯไปแล้ว จะมีการเทคแอคชั่น อย่างใด อย่างหนึ่งตามมาหรือไม่ หรือเป็นการลงพื้นที่ หลังเผชิญแรงกดดันจาก ฝ่ายการเมือง เท่านั้น !







