บทความ บทวิเคราะห์

ภารกิจสุดหิน ! หลัง “ทักษิณ” พ้นเรือนจำ ประคอง “เพื่อไทย” ในเงา “พยัคฆ์ติดปีกสีน้ำเงิน"

แชร์ข่าว

นับเวลาถอยหลัง อีกไม่กี่อึดใจ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับอิสรภาพ ในวันที่ 11 พ.ค.69 แม้จะเป็นการ “พักโทษ” ก็ตาม !!

โดยเป็นการได้พักโทษ สืบเนื่องจากการคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม จากคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง “คดีชั้น 14” ที่ผ่านมา ได้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน เท่ากับว่า รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือ 8 เดือน

ตามกำหนดการ การปล่อยตัว จะมีขึ้นในเช้าวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. ที่เรือนจำคลองเปรม จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติต่ออีก 4 เดือน จากนั้นจะครบกำหนดโทษ 1 ปี พ้นโทษและเป็นอิสรภาพ

ส่วนการที่จะติดกำไลอีเอ็ม ในระหว่างพักโทษหรือไม่นั้น เคยมีรายงานมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการฯ

เท่ากับว่าหมุดหมายสำคัญ สำหรับทั้ง “ครอบครัวชินวัตร” และ “พรรคเพื่อไทย” ถูกวางเอาไว้ในวันที่ 11 พ.ค.นี้  เพื่อต้อนรับการกลับมาของทักษิณ ในจังหวะที่ต้องยอมรับว่า การเลือกเล่นบทโลว์โปรไฟล์ แต่ไฮโปรฟิต  อยู่ในความเงียบ  แต่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” ทั้งที่พรรคอยู่ในสภาพที่บอบช้ำ อย่างรุนแรงที่สุด ในการเลือกตั้งรอบนี้

การเข้าร่วมรัฐบาล กับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย จะได้เก้าอี้ใด ก็ดูเหมือนว่าไม่ได้อยู่ในสถานะที่ “ต่อรอง” ได้เหมือนที่ผ่านมา

และภายในพรรค ยังเกิดภาวะ “งัดข้อ” ช่วงชิงอำนาจกันเอง ระหว่าง “กลุ่ม 2ส.” กับ “ขั้วชินวัตร” ก่อนต้องจบลงที่ฝ่ายชินวัตร เป็นผู้ชนะ

ความวุ่นวาย ที่เกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย นับจากการพ่ายแพ้เลือกตั้ง เมื่อ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา บวกกับ วันที่พรรคเพื่อไทย ไม่มี ทักษิณ อยู่บัญชาการที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นั้นทำให้อำนาจการต่อรองถดถอยลง

แต่การกลับมาของทักษิณ  สู่อิสรภาพนอกเรือนจำ เช้าวันที่ 11 พ.ค.ครั้งนี้  ก็อาจไม่ได้ทำให้อำนาจการต่อรองในทางการเมือง “เพิ่มขึ้น” เป็นเท่าทวี เนื่องจากการตั้งรัฐบาลใหม่ “อนุทิน2/1” เป็นเพียง ช็อตแรก เท่านั้น เพราะการเมือง “ภาคต่อ”  ยังชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทย ยังเป็นผู้กำหนดเกมเช่นเดิม

โดยเฉพาะในวันที่พรรคภูมิใจไทย สามารถสร้างเครือข่าย “ขบวนการสีน้ำเงิน” กินรวบทั้งสภาผู้แทนฯและสภาสูง อย่างวุฒิสภาเอาไว้ในมือได้หมดแล้ว

ยังไม่นับรวมสภาวะที่ “แกนนำพรรคฝ่ายค้าน” คือพรรคประชาชน ที่มีคิว “คดี44 สส.ก้าวไกล” จ่อเข้าถล่ม โดยเฉพาะเบื้องหน้ายังต้องรอลุ้นว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ หากศาลฎีกา รับคำร้องแล้ว จะมีคำสั่ง “ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่” ตามมาหรือไม่ ซึ่งจะกระทบกับ “10 สส.” ของพรรคประชาชน ที่เคยมีสถานภาพเป็นสส.พรรคก้าวไกลกันมาก่อน

แม้งานนี้ พรรคภูมิใจไทยจะเชื่อมโยงหรือไม่ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต แต่อย่างน้อยที่สุด หากเกิดขึ้นจริง ย่อมเป็นการ “ตัดกำลัง” ของฝ่ายค้าน ที่จ้องตรวจสอบรัฐบาลใหม่ไปโดยปริยาย

วันนี้ พรรคภูมิใจไทย อยู่ในสถานะ “เสือติดปีก”  คุมการเมืองได้ในทุกระบบ  โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงที่สามารถสร้างได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง จนเคยทำให้ พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ต้องฟาดกันมาแล้ว !

น่าสนใจว่าการกลับมาของทักษิณ หลังวันที่ 11 พ.ค. นี้ยังไม่อาจทำให้พรรคเพื่อไทย “ฟื้นตัว” กลับคืนมาได้ในเร็ววัน และยังอาจยืนระยะความยากลำบากไปจนถึงการเลือกตั้งรอบหน้า อย่าลืมว่า “ความพ่ายแพ้” ของพรรคเพื่อไทย นั้นได้ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่วันที่ทักษิณ ต้องเดินเข้าสู่เรือนจำอยู่แล้ว !!