การทวงคืน “ความเชื่อมั่น” จากพี่น้องประชาชน คือหนึ่งในความเร่งด่วนที่ รัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2” ต้องหยิบมาไว้ในลำดับแรก ด้วยเช่นกัน !
เพราะต้องยอมรับว่าในท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ไทยกำลังเผชิญอยู่เหมือนกับอีกหลายประเทศทั่วโลก การเดินหน้าของรัฐบาลเมื่อมี “อำนาจเต็ม” แล้วนั้น คือทำอย่างไรให้เสียงโจมตีลดลง ไม่เช่นนั้นรัฐบาลใหม่ จะ “ทำงานยาก” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ดำเนินการ ตามมาตรการต่าง ๆ จากนี้ไป
และอย่าลืมว่า ปัญหาใหม่ที่ซ้อนเข้ามา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ “เทคโนแครต” ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่มาจาก “คนนอก” เนื่องจากเวลานี้ ปรากฏว่าผลโพลจากนิด้าสะท้อนว่า ประชาชนไม่เชื่อมั่น “รัฐมนตรี” ที่มาจาก “คนนอก” ทั้ง 3 คนเสียแล้ว
ทั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง , สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ รวมทั้ง ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ อย่าลืมว่า 3 มืออาชีพที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไปเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งบริหารนั้น คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ “พรรคภูมิใจไทย” ขี่กระแส จนชนะเลือกตั้งเข้ามาได้
ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ วันนี้ มืออาชีพต้องนำ “การเมือง” และยังอาจเชื่อมโยงไปถึงความเข้มแข็งของพรรคภูมิใจไทย ไปโดยปริยาย การประชุมครม.นัดพิเศษ นักแรกที่จะมีขึ้นภายหลังจากที่ นายกฯอนุทินนำครม.ใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ เสร็จสิ้นลง
นอกเหนือไปจากการพิจารณา คำแถลงนโยบายรัฐบาลที่รัฐสภาท ก่อนประชุมรัฐสภา ในวันที่ 9-10 เม.ย.นี้ คือการที่ รัฐบาลใหม่จะใช้เสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจ ตามรัฐมนตรี ม.162 โดยไม่ต้องรอให้มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จบลงในวันที่ 11 เม.ย. เพราะจะล่าช้าเกินไป กับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านพลังงาน
นอกจากนี้เอกนิติ ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลจะใช้ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมันปี 2516 เพื่อควบคุมสถานการณ์ปัญหาราคาน้ำมัน
จากนั้น เอกนิติได้เปิดไทม์ไลน์ แล้วว่าในส่วนของมาตรการการใช้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจะเริ่มทยอยออกมา ในการประชุมครม. นัดแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 เม.ย.นี้ โดยพุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มขนส่ง เกษตรกร และชาวประมง ส่วน “ โครงการคนละครึ่งพลัส” และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีแน่ แต่ยังไม่ใช่วันที่ 11 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ แม้นิด้าโพล จะชี้ว่า 3 รัฐมนตรีที่ถูกดึงเข้ามาทำงาน จากรัฐบาลรักษาการ จนถึงรัฐบาลเต็มรูปแบบ กำลังเผชิญหน้ากับความไม่เชื่อมั่นอย่างสูง ทำเอา “กองเชียร์” พรรคสีน้ำเงินคงอดตกอกตกใจกันไม่ได้ก็ตาม
ทว่านาที นี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเร่งแก้ไขสถานการณ์ เรียกว่าเป็นการกู้วิกฤต ทั้งตัวรัฐบาลเองไปพร้อมๆกับ สถานการณ์ด้านพลังงานในประเทศ และเหนืออื่นใด ครม.อนุทิน 2 ก็ดูเหมือนว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการ “เทคโนแครต” ทั้ง “3 แม่ครัว” อยู่เช่นเดิม ส่วน “รัฐมนตรีกลุ่มลูกเทพ” ที่มีอยู่กว่าครึ่งนั้น ถือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการในทางการเมืองของพรรคสีน้ำเงิน ก็ว่ากันไป







