บทความ บทวิเคราะห์

80ปีปชป.รอร่างทอง!! ภารกิจกู้ซากของ "มาร์ค" เดิมพันสุดท้ายฝ่ายค้านมืออาชีพ

แชร์ข่าว

ในวาระครบรอบ 80 ปีของพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนภาพความเป็นสถาบันการเมืองเก่าแก่ที่กลับมาอยู่ในมือ ของอดีตผู้นำอย่าง "มาร์ค"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีกครั้งอย่างเต็มตัว การรีเทิร์นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคในครั้งนี้ถูกจับตาว่า เป็น"เดิมพันสุดท้าย" เพื่อฟื้นฟูศรัทธาและกอบกู้ซากปรักหักพัง ให้ประชาธิปัตย์กลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศไทย เหมือนเช่นในอดีตที่เคยรุ่งโรจน์

หากย้อนกลับไปพิจารณาความบอบช้ำที่พรรคเคยประสบมา จะเห็นภาพประชาธิปัตย์ที่เคย "พัง" จนแทบไม่เหลือชิ้นดี ภาพจำที่อภิสิทธิ์ต้องหลั่งน้ำตาขณะประกาศลาออกจากการ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในช่วงปี พ.ศ. 2562 ยังคงติดตาประชาชน หลังพรรคมีมติเข้าร่วมหนุนอำนาจเก่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ทั้งที่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ได้ประกาศกร้าวว่า "หมดเวลาเกรงใจ" พร้อมย้ำจุดยืนไม่สนับสนุนแนวทางนี้ แต่แล้วพรรคกลับถูกหักด้วยน้ำมือของคนภายในบ้าน

จากพรรคระดับนำที่เคยยืนหยัดสู้กับระบอบทักษิณอย่าง มีเกียรติและสมศักดิ์ศรี กลับต้องลดรูปกลายเป็นพรรค ขนาดกลางที่มีบทบาทน้อยลงเรื่อยๆ ในเวทีการเมืองไทย และที่ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุดจนแฟนคลับรับไม่ได้คือ ยุคที่พรรคยอมเสียจุดยืนไปเป็น "อะไหล่" ร่วมรัฐบาลกับ พรรคเพื่อไทยในปี 2567 ซึ่งถือเป็นการทุบทำลายความเชื่อถือของฐานเสียงระดับ "ฮาร์ดคอร์" จนพังทลาย

แต่แล้วการ "ล้างไพ่ใหม่" ก็ได้เกิดขึ้นอย่างมีความหวัง การกลับมาอีกครั้งของ “อภิสิทธิ์” ในช่วงปี พ.ศ. 2568 จึงถือเป็นจังหวะที่มาได้ถูกที่และถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะอภิสิทธิ์คือสัญลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลือ และสามารถเชื่อมโยง "หลักการดั้งเดิม" ของพรรคได้

แม้ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคจะลดขนาดลงเป็น พรรคขนาดเล็กที่มีเสียงในสภาเพียง 21 ที่นั่งเท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่าชื่อชั้นและบารมีของอภิสิทธิ์ยังขลัง เขาสามารถกอบกู้คะแนนนิยมผ่านตัวเลขเชิงประจักษ์ ของ สส. บัญชีรายชื่อ ที่สามารถหอบหิ้วเข้าสภาไปได้ ถึง 11 คน ท่ามกลางกระแสการแข่งขันอันเชี่ยวกราก จากทั้งพรรคประชาชนและกลุ่มอำนาจใหม่อย่างภูมิใจไทย

การจะฟื้นพรรคให้กลับมาเป็น "พรรคกระแสหลัก" นั้น ว่ากันว่ามีทางเดียวคือการคืน “ร่างทอง” ให้สำเร็จ ในฐานะการเป็น "ฝ่ายค้านมืออาชีพ" ที่ประชาชนไว้วางใจ ที่เชื่อกันว่าพวกเขาจะใช้เวลาไม่นานอย่างน้อย 2 ปี ในจังหวะที่พรรคประชาชนเองก็ซวนเซ หลังจากพลิกไปเป็น "นั่งร้าน" ส่ง อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นบัลลังก์นายกฯ และดำรงบทบาท "ค้านไม่แท้" แบบกึ๊กๆกั๊กๆ จึงเป็นโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตีคะแนนคืน

โดยต้องจับตาคิวที่พรรคเริ่มประเดิมชิมลางด้วยการส่งเหล่าขุนพล ฝีปากกล้าชุดใหญ่ลงสนามเพื่อทำหน้าที่ชำแหละนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อพิสูจน์ว่าประชาธิปัตย์ยุคใหม่คือของจริงที่พึ่งพาได้ และพร้อมจะกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ในฐานะสถาบัน ทางการเมืองที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานที่สุด ไม่ใช่เพียง "พรรคอะไหล่" หรือ "ฝ่ายค้านรอเสียบ" ตามเกมของครูใหญ่เนวิน แม้จะแลกกับหนทางที่อาจต้องเลือดไหลอีกครั้งก็ตาม

#ประชาธิปัตย์ร่างทอง #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #การเมืองไทย2568 #ฝ่ายค้านมืออาชีพ #พรรคประชาธิปัตย์ #กู้วิกฤตปชป

ข่าวแนะนำ