ชาวนครพนมร้องกรมเจ้าท่า ตรวจสอบเรือโดยสารไทย-ลาว บรรทุกเกินพิกัด ลดเที่ยวหนีน้ำมันแพง ไร้อุปกรณ์ชูชีพ เสี่ยงอุบัติเหตุทางน้ำ หวั่นกระทบชีวิตและทรัพย์สิน
วันที่ 6 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้วิกฤติพลังงานน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อหลายอาชีพ รวมถึงเรือโดยสารข้ามฟากไทยลาว ในพื้นที่จุดผ่อนปรนอำเภอชายแดน ต้องแบกต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัว เนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น จากดีเซลลิตรละ 30 บาท เพิ่มเป็น 50 บาท ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถเพิ่มราคาค่าโดยสารได้ เพราะกระทบลูกค้า รวมถึงกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดน จำยอมแบกต้นทุน
หนักสุดบริเวณท่าเทียบเรือตลาดนัดจุดผ่อนปรนไทยลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ต้องเจอปัญหาภัยแล้งเกิดสันดอนทรายเป็นพื้นที่กว้างกว่า 2 กิโลเมตร ขวางเส้นทางเดินเรือ ต้องเดินเรืออ้อมหาดทราย เพิ่มเวลาเท่าตัวจากประมาณ 30 นาที เพิ่มเป็นเกือบ 2 ชั่วโมง เพิ่มต้นทุนน้ำมัน ซ้ำร้ายเจอวิกฤติพลังงานปัญหาน้ำมันแพง เรือลาวไม่สามารถซื้อน้ำมันใส่แกลลอนจากฝั่งไทยได้ ต้องยอมเติมน้ำมันจากฝั่งลาว ดีเซลมีราคาสูงลิตละ 80 บาท สร้างความเดือดร้อนหนักแบกต้นทุน บางคนขาดทุน
ขณะเดียวกัน พบว่าในช่วงวิกฤติพลังงาน น้ำมันแพง พบว่า มีเรือโดยสารข้ามฟากไทยลาว บริเวณจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ฉวยโอกาสแบกน้ำหนัก บรรทุกจำนวนคนมากขึ้น เพื่อทำยอดรายได้ จากค่าตั๋วคนละ 50 บาท ต่อเที่ยว ลดค่าใช้จ่ายด้วยการลดเที่ยว บรรทุกผู้โดยสารมากขึ้น บางลำนั่งมากกว่า 50 คน รวมถึงบรรทุกสินค้ามากขึ้น บางลำจนเกินพิกัด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่า ไม่มีมาตรการดูแลเข้มงวดจากหน่วยงาน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครพนม รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้อง เทศบาลตำบลธาตุพนม ฝ่ายปกครอง อำเภอธาตุพนม ไม่มีอุปกรณ์ชูชีพ ห่วงยาง แม้แต่ลำเดียว และโป๊ะท่าเทียบเรือไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย อุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินไม่มี ไม่มีคนคอยดูแล ควบคุมบริเวณโป๊ะท่าเทียบเรือ ทำให้ผู้โดยสาร ขนสิ่งของไปรอจำนวนมาก ขาดมาตรฐานความปลอดภัย
ทั้งนี้ ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้เรียกร้องฝากกรมเจ้าท่า หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบดูแล เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ป้องกันเกิดอุบัติเหตุสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน รวมถึงป้องกันผู้ประกอบการเดินเรือฉวยโอกาสแบกน้ำหนักลดต้นทุน







