บทความ บทวิเคราะห์

“คดี44สส.ก้าวไกล” สึนามิการเมือง ถล่ม "พรรคส้ม" หมดตัวเล่นทุกแถว รอ "ธนาธร" พ้นโทษแบน ปี73 ไม่ไหว

แชร์ข่าว

ดูจะเป็นภาพการเมืองที่ตัดกันอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่การเริ่มต้นของ รัฐบาลใหม่ “อนุทิน2” เดินหน้าไปตามไทม์ไลน์ ตามกระบวนการขั้นตอนที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี บอกเอาไว้กับสื่อ

ปรากฏว่าในฟาก “ฝ่ายค้าน” โดยเฉพาะพรรคประชาชนเอง กำลัง “นับถอยหลัง” เมื่อ “คดี44 สส.ก้าวไกล” ได้ตามไล่หลัง หายใจรดต้นคอ และแน่นอนว่า ผลพวงจากคดีดังกล่าว จะนำไปสู่ “สึนามิ” กระทบต่อพรรคประชาชน เข้าอย่างจัง !

ล่าสุดวันนี้ มีความคืบหน้าจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะนำเรื่องคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าที่ประชุมใหญ่  เพื่อให้มีมติรับรองคำร้องที่จะยื่นต่อศาลฎีกา และเมื่อมีมติรับรองแล้ว ตามขั้นตอนจะส่งคำร้องให้กับศาลฎีกาต่อไป

จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด 44 สส. แต่ยังไม่มีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา  !

เมื่อ “คำร้อง” ไปถึง “ศาลฎีกา” แล้ว จะเข้าสู่จุดหวาดเสียวที่ทำให้พรรคประชาชน ต้องลุ้นระทึก เพราะในชั้นนี้เมื่อศาลฎีกา รับคำร้องแล้ว อาจมีคำสั่งให้ สส. “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ตามมา

อย่าลืมว่า 44 สส.พรรคก้าวไกล นั้น ณ วันนี้ได้กลายมาเป็น “สส.” ในนามพรรคประชาชน และล้วนอยู่ในระดับ “แกนนำ”  แทบทั้งสิ้น ในจำนวน 10 ราย

โดยเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน , ศิริกัญญา ตันสกุล ,รังสิมันต์ โรม ,วาโย อัศวรุ่งเรือง ,ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม ,สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ,ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

และมี 2 รายเป็นสส.เขต ได้แก่  ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.ที่เพิ่งกลับมาลงสมัคร เพื่อช่วยพรรค ในการเลือกตั้ง 8ก.พ.ที่ผ่านมา

พรรคประชาชนและทีมบริหารชุดปัจจุบัน นี้ ถือเป็นแกนนำแถวที่สอง และสาม หากนับจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า  การถูกยุบพรรค ติดต่อกัน ย่อมสร้างกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม

ทั้งการสูญเสียบุคลากรของพรรคและการสร้างขึ้นมาใหม่ “ไม่ทัน” และซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือการที่สส.ที่ยังเหลืออยู่ มรโอกาสที่จะ “ถูกดึง” ไปอยู่ใน “ซุ้มงูเห่า” เป็น “เสียงสำรอง” ให้กับพรรคใหญ่อย่าง “ภูมิใจไทย” ไม่ยากนัก

กรณีที่เปิดตัว “งูเห่าสีส้ม” รายแรก อย่าง “สุริยา วงศ์อารีย์”  สส.เขต 7 อุดรธานี ที่ประกาศตัวชัดเจนด้วยการโหวตชื่อ “อนุทิน” นั่งนายกฯคนที่ 32 และล่าสุดได้ย้ายที่นั่งในสภาฯ ไปอยู่ในโซนพรรครัฐบาลไปแล้วนั้น ถือเป็นการ “ชิมลาง” เท่านั้น เพราะมีรายงานว่า  “งูเห่าสีส้ม” ยังมีด้วยกันอีกหลายคน เพียงแต่ไม่ยังถึงเวลา “เปิดตัว” 

อย่างไรก็ดี ปัญหาใหญ่ที่จ่อกระทบ พรรคในช็อตแรก คือการรักษาเก้าอี้ “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ” เอาไว้ให้ได้ !!

เนื่องจากหากณัฐพงษ์ ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พรรคจะต้องดัน “อาจารย์ต้น”  วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นมาแทน  ซึ่งแผนการเล่นเพื่อเตรียมรับมือนั้นถูกวางเอาไว้แล้วว่า พรรคประชาชน จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคต้นเดือนเม.ย.นี้ เพื่อเลือกวีระยุทธ ขึ้นมาเป็น “หัวหน้าพรรคคนใหม่”แทน เท้ง ณัฐพงษ์

เท่ากับว่า พรรคประชาชนจะต้องได้ “หัวหน้าพรรคคนใหม่” ก่อนวันที่ศาลฎีกา จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อรับคำร้อง

จังหวะการก้าวเดินของพรรคประชาชน ในฐานะพรรคอันดับ 2  ในการเลือกตั้งเมื่อ8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าหนทางข้างหน้ามีแต่ “สะดุด”และ “บาดเจ็บ” สุดแท้แต่ว่าจะ “มาก” หรือ “น้อย”  

หากศาลฎีกา มีคำพิพากษา ว่า อดีต44 สส.ก้าวไกล มีพฤติการณ์ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง  แกนนำชุดของเท้ง ณัฐพงษ์ จะหายไป ซึ่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชาชน ย่อมมีบ้าง 

แต่ที่เหนืออื่นใดไปมากกว่านั้น และเชื่อว่าหลายฝ่ายกำลังจับตา คือการอยู่ต่อ ของพรรคจะเป็นอย่างไร  เมื่อวันที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะเจ้าของพรรคตัวจริง จะถูกปลดล็อก กลับมาลงสนามได้อีกครั้งในปี 2573 สถานการณ์ของพรรคส้ม จะยังแกนนำแถวที่เท่าไหร่ และพรรคยังพร้อมที่จะลุยไปกับเจ้าของพรรคตัวจริง หรืออยู่ในสภาพที่อ่อนแรง อ่อนล้าอย่างที่สุด !