เมื่อวันที่ 16 พ.ค.69 มีรายงานว่า ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ สกัดจับชายวัย 50 ปี ผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ ล่าสุดก่อเหตุลักทรัพย์ตามห้องพักแพทย์และพยาบาลในพื้นที่จังหวัดระนอง ก่อนขับรถเก๋งหลบหนี โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองระนอง ให้ช่วยสกัดจับผู้ต้องหารายดังกล่าว หลังตรวจสอบพบว่าใช้รถยนต์ เป็นพาหนะในการหลบหนี จึงวางกำลังเฝ้าติดตามตามเส้นทางหลักอย่างใกล้ชิดภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. , พ.ต.ท.ทศพล กิติลาภ สวญ.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. , พ.ต.ท.กรณ์ บริรักษ์กุล สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. , จ.ส.ต.ณัฏฐพงศ์ เวชชศาสตร์ ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล. พร้อมพวกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ซึ่งประกอบด้วยรถวิทยุ 2302 และ 2303 เข้าตรวจพบรถต้องสงสัยบริเวณถนนหลวงหมายเลข 37 ช่วงกิโลเมตรที่ 38+700 ขาเข้า พื้นที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงส่งสัญญาณเรียกตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ นายหนึ่ง (นามสมมติ) เป็นผู้ขับขี่ ส่วนบริเวณเบาะหลังพบ นายสอง (นามสมมติ) อายุ 50 ปี นอนอยู่ภายในรถ เมื่อตรวจสอบประวัติผ่านระบบ One Police พบว่า นายสอง (นามสมมติ) เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 219/2569 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามห้องพักแพทย์และพยาบาลจริง โดยใช้วิธีสุ่มเคาะประตู หากมีคนอยู่จะอ้างว่าเคาะผิดห้อง แต่หากไม่มีคนอยู่จะฉวยโอกาสเข้าไปลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังใช้รถยนต์ลักษณะคล้ายกัน 2 คัน สลับเปลี่ยนใช้ก่อเหตุ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักทรัพย์และยาเสพติดมาแล้วหลายพื้นที่ รวม 9 คดี ส่วนคดีลักทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดระนอง อยู่ระหว่างการขยายผลและสอบสวนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้พักอาศัยในหอพักหรือที่พักรวม หากพบบุคคลแปลกหน้าเดินวนเวียน เคาะประตู หรือมีพฤติกรรมผิดสังเกต ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง








