บทความ บทวิเคราะห์

คลื่นแทรก สะเทือน "เพื่อไทย" ศึกนอก เขย่า "โผ ครม." !

แชร์ข่าว

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตามที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย บอกกับสื่อเอาไว้ ในพรุ่งนี้ 30 มี.ค.69 รายชื่อ ครม.ใหม่ “อนุทิน 2” จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ

“ ณ ตอนนี้โอเคแล้ว หวังว่าวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อให้มีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไป เราพยายามจะให้เร็วที่สุด

ตอนนี้พอเป็นรัฐบาลรักษาการซึ่งคงเป็นวีคเอนด์สุดท้ายของรัฐบาลหนู 1 มันก็มีหลายๆประเด็นที่ขับเคลื่อนเต็มที่ไม่ได้ เพราะขัดต่อกฎหมายและระเบียบ” ( 27 มี.ค.69)

นายกฯอนุทิน เปิดเผยความคืบหน้าการตั้งรัฐบาลใหม่ในท่ามกลางการรับมือปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ที่กระทบลามไปถึงปัญหาค่าครองชีพของประชาชน พร้อมทั้งระบุว่า การเป็นรัฐบาลรักษาการ ยังมี “ข้อจำกัด” ในการใช้อำนาจ ซึ่งบางเรื่องของสอบถามไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

และล่าสุดนายกฯอนุทิน ย้ำอีกว่า ทุกรายชื่อที่จะส่งขึ้นไปคือรายชื่อที่ไม่มีปัญหา ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียดจากหน่วยงานตรวจสอบที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)

เมื่อไล่เรียงรายชื่อโผครม.ฉบับสะเด็ดน้ำ  พบว่ารายชื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงมีเพียง “ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรายเดียวที่พลาดรถไฟสาย “อนุทิน2”  โดยพรรคเพื่อไทย ได้ส่ง “นิกร โสมกลาง” สส.นครราชสีมา  2 สมัย มาแทน ซึ่งถือว่า ไม่เสียดุล เนื่องจากนิกร คือคนใกล้ชิด สังกัดบ้านใหญ่ หวังศุภกิจโกศล เหมือนกัน

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้น ที่นำไปสู่การเปลี่ยนตัว เอาสุดาวรรณ ออกจากตำแหน่งผู้เล่นรอบนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจาก ความคืบหน้าอย่างเร่งด่วน ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกทั้ง “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต รมช.คมนาคมและ อดีต รมช.พาณิชย์ พ่อของ สุดาวรรณ  , “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” นายก อบจ.นครราชสีมา รวมถึงตัวสุดาวรรณ เอง เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีพิเศษที่ 119/2566 กรณี บุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ หาดสวนยา ความผิดฐาน ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครองและทำประ โยชน์โดยการขุดบ่อเก็บกักน้ำ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

ในทางคดี เรื่องราวยังเดินหน้าต่อไป แต่ในมิติทางการเมืองถือว่า เกิด “ผลกระทบ” อย่างหนัก เพราะผลพวงจากเรื่องนี้ ทำให้สุดาวรรณ ลูกสาว กำนันป้อ ต้องพลาดหวังจากเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะการส่งนิกร เข้ามานั่งรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมฯ แทน ก็ไม่สู้การส่ง “ลูกสาว” มาเป็นรัฐมนตรี อยู่ดี

แรงเขย่าจาก “ภายนอก” ที่พุ่งไปที่บ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล ฐานกำลังหลักในโคราช ของพรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ แน่นอนว่าย่อมเกิดผลในเชิงการเมืองระดับพื้นที่ เพราะสามารถ “ตัดกำลัง”ในกลุ่มของกำนันป้อ ส่วนจะ “เปิดทาง”ให้พรรคภูมิใจไทย ขยายอำนาจจากนี้ได้หรือในพื้นที่โคราช พรรคสีน้ำเงินยังมีเวลาบริหารจัดการ

 และนอกจากกรณีคดีรุกที่ป่า ที่กระแทกครอบครัวหวังศุภกิจโกศล แล้ว โผครม.รอบนี้ยังถูกจับตาต่อไปด้วยว่า แล้วในรายของ “ประเสริฐ จันทรทรวงทอง” มีชื่อติดโผเตรียมนั่ง “รมว.ศึกษาธิการ” นั้นจะมีรายการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนตัวหรือไม่ ?

เนื่องจากประเสริฐ ซึ่งเคยเป็นอดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปรากฎข้อมูล มีคดีลงนามเอ็มโอยูสแกนม่านตา ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และพรรคภูมิใจไทยเคยตรวจสอบประเสริฐ ผ่านกระทรวงดิจิทัลฯ  และยังมีคดีงบภัยแล้ง มูลค่า 5.1หมื่นล้านบาท จนทำให้ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวสะพัดว่า ทั้งประเสริฐ และสุดาวรรณ อาจจะหลุดทั้งคู่

แต่จนถึง ณ เวลานี้ ยังมีชื่อประเสริฐ ติดโผครม. รวมทั้งยังส่งตัวแทน ยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา

ดังนั้นหากในวันพรุ่งนี้ หากในส่วนของเก้าอี้รัฐมนตรี โควตาของพรรคเพื่อไทย มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เฉพาะ สุดาวรรณ เพียงรายเดียว  แต่พ่วง ประเสริฐ เข้าไปด้วยเพื่อลดความสุ่มเสี่ยงของตัวนายกฯอนุทิน ย่อมสะท้อนได้ว่า เรื่องของพรรคเพื่อไทย นั้นสามารถถูกกำหนดได้จาก “ปัจจัยภายนอก” และอาจทำให้ “โคราช” ฐานกำลังของพรรคเพื่อไทย สะเทือนถึง สองต่อ

อย่าลืมว่า ทั้งบ้านใหญ่ศุภกิจโกศลและประเสริฐ ล้วนเป็นฐานกำลังสำคัญ ทางการเมืองที่นครราชสีมา โดยประเสริฐ ยังมีดีกรีเป็นอดีตสส.โคราช 6สมัย และยังเป็น “เลขาธิการพรรคเพื่อไทย”

โผครม.ใหม่ “อนุทิน 2” จึงไม่ใช่เรื่องของการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ภายในพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น  หากแต่ยังมี ปัจจัยแทรกซ้อน ทั้งเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ นายกฯอนุทิน ต้องเจอกับการถูกตรวจสอบ “จริยธรรม” แต่ยังรวมไปถึงความได้เปรียบเสียเปรียบในทางการเมืองที่ดูเหมือนว่า พรรคเพื่อไทยที่อยู่ในสถานะต้องอาศัยพรรคสีน้ำเงินเอง ก็ยากที่จะปฏิเสธ ด้วยเช่นกัน!