ผู้การวิศรุฒน์
กระแสข่าวสะพัดสายทำเนียบรัฐบาล เมื่อมีการนับรวมเก้าอี้ ครม. อนุทิน 2 ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ จันทร์นี้ 30 มี.ค. 2569 แล้ว มีแค่ 35 เก้าอี้เท่านั้น ขาดไป 1 เก้าอี้ แม้รวมนายกฯ แล้ว จนเกิดกระแสข่าวต่างๆ ในหน้าสื่อมากมาย
ทั้งกระแสข่าวว่าจะมีการเว้นว่างเก้าอี้ รมว.กลาโหม ไว้ เพราะยังหาอดีตบิ๊กทหารตามสเปกของนายกฯ อนุทินที่อยากได้ไม่ได้ คือเป็นพลเอก ประวัติดี ภาพลักษณ์ดี เป็นอดีตผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเฉพาะอดีต ผบ.ทบ.
ทั้งนี้เพราะโดยประวัติศาสตร์และประเพณีของกองทัพที่ผ่านมา ผู้ที่จะเป็น รมว.กลาโหม มักจะต้องเป็นพลเอกและเป็นอดีตผู้บัญชาการเหล่าทัพ อย่างน้อยก็อยู่ในห้าเสือเหล่าทัพ
เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของการทำความเคารพที่ทหารยศพลเอกจะต้องทำความเคารพพลโทเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของมุมมองในการบริหารกองทัพ และมุมมองด้านความมั่นคง เพราะนายทหารระดับแม่ทัพก็จะมีความเชี่ยวชาญและมุมมองเฉพาะด้านในระดับกองทัพภาค แต่ยังไม่เคยบริหารในภาพรวมของกองทัพ จึงทำให้จุดนี้เป็นจุดอ่อนของ พลโทอดุลย์ ที่ในห้วงแรก นายอนุทิน ก็พยายามหาตัว รมว.กลาโหม ที่เหมาะสม แต่ในที่สุดด้วยหลายเหตุผล รวมถึงบทบาทของครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ชื่อของ พลโทอดุลย์ กลายเป็นคนที่ถูกเลือก
แต่ในห้วงโค้งสุดท้ายแบบนี้ ก็เกิดกระแสข่าวต่างๆ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัว รมว.กลาโหม
เช่น กระแสข่าวหนึ่งสะพัดว่า "บิ๊กดุลย์" พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ก็มีข่าวว่าอาจนั่งแค่ รมช.กลาโหม หรือไม่
และยังมีข่าวสะพัดว่า มีปัญหาเล็กน้อยในการตรวจสอบประวัติของครอบครัวที่กำลังเร่งเคลียร์ให้ทัน เพราะครั้งนี้หน่วยงานตรวจละเอียดมาก แม้พลโทอดุลย์จะเคยเป็น รมช.กลาโหม และเคยตรวจสอบประวัติมาแล้ว แต่รัฐบาล ครม. อนุทิน 2 นี้ ต้องอยู่ยาว 4 ปี จึงต้องตรวจเข้มข้น
ด้วยกระแสข่าวเหล่านี้ จึงทำให้เกิดข่าวเรื่อง รมว.กลาโหม คนใหม่ สะพัด และทำให้ในกองทัพเกิดกระแสข่าวการคาดการณ์และชื่อของอดีตทหารผุดขึ้นมามากมาย
ทั้งกระแสข่าว รมว.กลาโหม คนใหม่ จะเป็นพลเอก อดีต ผบ.ทบ. ที่สื่อสายทหารต้องไล่เช็กข่าวและถามแหล่งข่าว และบรรดาอดีต ผบ.ทบ. ในห้วง 20 ปีนี้ แต่ก็ไม่มีใครได้รับการทาบทาม ตั้งแต่ 3 ป. ที่มีโอกาสอาจเป็น “บิ๊กป๊อก” พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต รมว.มหาดไทย แต่ก็อายุมากเกินไปแล้วและไม่มีการทาบทามใดๆ เพราะรัฐบาลอนุทินก็ระมัดระวังเรื่อง “ลุงๆ” อยู่ไม่น้อย
แม้แต่ชื่อองคมนตรีบางท่านก็ถูกพูดถึงเพราะความเหมาะสม แต่ก็คาดว่าเป็นไปได้ยากที่จะต้องให้ระดับองคมนตรีลาออกมารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม
ส่วน “บิ๊กแดง” พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ก็มีคำตอบเดิม และไม่รับตำแหน่งการเมือง
เพราะสำหรับ พลเอกอภิรัชต์ แล้ว ก็ถือว่าเป็นขั้วเดียวกับ “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุน “บิ๊กเล็ก” พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 20 ของ พลเอกอภิรัชต์ ที่นั่งเป็น รมว.กลาโหม มาได้แค่ไม่กี่เดือน แต่ที่ผ่านมามีประสบการณ์ในสายความมั่นคงมาต่อเนื่องยาวนานและทำงานในกลาโหมมาตั้งแต่เป็นเลขานุการรัฐมนตรีกลาโหม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในยุคของ นายสุทิน คลังแสง และ นายภูมิธรรม เวชยชัย
และมาในรัฐบาลนายอนุทิน 1 แต่ก็ระยะสั้นแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น อาจเรียกได้ว่ายังทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เพราะกองทัพมีอะไรให้บริหารจัดการอีกมากมาย โดยเฉพาะปัญหาด้านความมั่นคงและปัญหาชายแดนรอบบ้าน รวมทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา
นอกจากนี้เป็นที่รู้กันดีว่า ในสายนี้ยังหนุน “บิ๊กแก้ว” พลเอกเฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด น้องรักของ “บิ๊กแดง” และถือว่าเป็นนายทหารที่มีความสามารถ และมีบทบาทสำคัญในการเขียนแผนป้องกันประเทศจักรพงษ์ภูวนารถ ที่ใช้สู้รบกับกัมพูชา จนเคยมีชื่อจะเป็น รมว.กลาโหม ในรัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถึงขั้นที่เว้นชื่อไว้รอ เพราะตอนนั้นพลเอกเฉลิมพลก็ติดที่ต้องเว้นวรรคทางการเมืองให้ครบ 2 ปี หลังพ้นจากการเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่ในที่สุดเมื่อรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ต้องล้มไปเพราะคลิปอังเคิล ทำให้พลเอกเฉลิมพลไม่ได้มีโอกาสมาเป็น รมว.กลาโหม ท่ามกลางความเสียดายของนายทหารในกองทัพจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นนายทหารม้าที่มีความสามารถ แบบที่เรียกว่าเด็ดขาดแบบเงียบๆ สุขุมนุ่มลึก มีทั้งความเป็นสายบู๊และสายบุ๋น เหมาะที่จะมาคุมกลาโหมในสถานการณ์เช่นนี้
ที่แม้จะเคยมีกระแสข่าวว่าเคยมีการเจรจากัน แต่ที่สุดก็เงียบหาย
แม้แต่ชื่อ “บิ๊กต่อ” พลเอกเจริญชัย หินเธาว์ อดีต ผบ.ทบ. เพื่อน วปอ. 61 ของนายอนุทิน ที่ถูกมองว่าสเปกตรงกับที่ต้องการ และยังเคยทำงานร่วมกับ นายอนุทิน มาตลอดห้วงที่เป็น ผบ.ทบ. โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับมหาดไทยที่ชายแดนใต้
แต่มีข่าวยืนยันว่า ก็ไม่มีการทาบทามใดๆ อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่สนใจที่จะเข้าสู่การเมืองเลยแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวที่ว่าหาก ครม. อนุทิน 2 แค่ 35 ตำแหน่งจริง เว้นว่างไว้ ก็ทำให้ชื่อ “ผบ.อ๊อบ” พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เพิ่งเกษียณและไปบวชมาแล้ว 3 เดือน ถูกจับตามองอีกครั้ง เนื่องจากยังต้องเว้นวรรคทางการเมือง หลังพ้นการเป็นสมาชิกวุฒิสภาให้ครบ 2 ปี ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นี้ก่อน จึงจะรับตำแหน่งทางการเมืองได้
สำหรับ พลเอกทรงวิทย์ ถือว่ามี สเปกตรงกับที่นายอนุทินต้องการเช่นกัน เพราะตอนที่เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็บัญชาการรบในฐานะผู้บัญชาการทางทหาร ในยุทธการยุทธบดินทร์รอบแรก และเป็นนายทหารที่มีวิสัยทัศน์ มีความรู้กว้างขวางทั้งในด้านวิชาการและในด้านกำลังรบ
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า เว้นว่างเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรีไว้หนึ่งที่ เพื่อไว้รอนายอนุทิน กลับมานั่งควบ รมว.กลาโหม ในอนาคตอันใกล้ระยะหนึ่งหรือไม่ หากได้บุคคลที่เหมาะสมมาเป็น รมว.มหาดไทย เพราะนายอนุทินก็ต้องการเป็น รมว.กลาโหม อยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องควบ มท.1 ไปก่อน ท่ามกลางการจับตามองไปที่การคัมแบ็กของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในอนาคตหลังพ้นจากคดีต่างๆ แล้ว แต่อาจจะต้องทิ้งระยะเวลาสักช่วงหนึ่ง
แต่ทั้งหมดนี้ เป็นแค่กระแสข่าวลือหรือการคาดการณ์เท่านั้น เพราะแม้เก้าอี้ ครม. จะว่าง 1 ที่ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับกลาโหมใดๆ เลยก็เป็นได้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก็จบลงที่ชื่อ "บิ๊กดุลย์" พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ ตามเดิม
เพราะเป็นเพื่อน วปอ. 61 ของนายกฯ และสายตรงบุรีรัมย์ รับราชการทหารในภาคอีสาน โดยเฉพาะอีสานใต้และจังหวัดบุรีรัมย์มายาวนาน และเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 อยู่ชายแดนเขมร รบกับเขมรมาตลอด และมีประสบการณ์จากการเป็น รมช.กลาโหม มาแล้ว ที่สำคัญเป็นเตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อนร่วมรุ่นของ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทอ. แกนนำกองทัพในเหล่าทัพต่างๆ ที่กำลังจะขึ้นมาคุมอำนาจแบบยกแผง
จึงจบลงหลังจากที่ นายอนุทิน เชิญ พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. มาพบเมื่อ 2 วันก่อนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยเรื่อง กอ.รมน. ในการช่วยเหลือตรวจสอบเรื่องน้ำมันในประเทศ การกักตุนและแอบส่งออกไปนอกประเทศ โดยเฉพาะในภาคใต้
โดยคาดการณ์ว่าน่าจะมีการพูดคุยเรื่อง รมว.กลาโหม ด้วย
ก่อนที่สุดท้ายชื่อของพลโทอดุลย์ คือคำตอบสุดท้ายที่ฝ่ายทหารสนับสนุนนั่ง รมว.กลาโหม ตรงตามที่ฝ่ายการเมืองเองก็ต้องการ
จึงสรุปออกมาว่า พลโทอดุลย์ จะได้รับการเลื่อนชั้นจาก รมช.กลาโหม ขึ้นเป็น รมว.กลาโหม ตามที่ได้วางไว้นั่นเอง
แต่ความเคลื่อนไหวและกระแสข่าวต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ สะท้อนได้ว่า พลโทอดุลย์อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ แต่ทว่า เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมและเหมาะสมที่สุดในการเป็นข้อต่อระหว่างรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงิน และกองทัพ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของเตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อนของพลโทอดุลย์นั่นเอง
#บิ๊กดุลย์ #อนุทิน2 #ครม #กลาโหม #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ปรับครม #ทหาร #สายบุรีรัมย์ #รัฐบาลไทย







