เปิดสภาฯ วันแรกหลังการเลือก “นายกฯคนใหม่” กันไปหมาด ๆ ต้องบอกเลยว่า “ประธานสภาฯคนใหม่” ที่ชื่อ “โสภณ ซารัมย์” สายตรงจาก “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” อาจถึงขั้นกุมขมับ เพราะแม้ “พรรคสีน้ำเงิน” อย่าง ภูมิใจไทย จะสามารถยึดได้ทั้ง “วุฒิสภา” และ สภาผู้แทนฯ
แต่เมื่อต้องเจอกับ “สนามจริง” เวทีสภาฯที่คลาคล่ำไปด้วย “ฝ่ายค้านตัวจริง” ทั้ง พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่ “ฝ่ายคอย” อย่าง “พรรคกล้าธรรม” ที่ยังมีหวังในวันข้างหน้าจะได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล แต่วันนี้ กล้าธรรมซึ่งเป็นพรรคที่ถูกจับตามากที่สุด ต้องเล่นในบท “ฝ่ายตรวจสอบ” เรียกว่าหนีไม่ออก
อย่าลืมว่า วันนี้ยิ่งภาวะวิกฤตพลังงาน น้ำมันขาดปั๊ม มากเท่าใด ยิ่งทำให้ “ อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ อยู่ในสภาพที่เรียกว่า “อ่วมอรทัย” มากขึ้นเท่านั้น แม้วันนี้ นายกฯอนุทิน จะหลบฉากขับรถไฟฟ้า เข้าทำเนียบฯ เพื่อลดแรงปะทะก็ตามที หลังจากที่เข้าประชุมสภาฯ ในช่วงเช้า
การประชุมสภาฯ นัดแรก ปรากฏว่า สส.ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เองที่แม้พรรคจะยกมือโหวตให้ อนุทิน ได้เป็นนายกฯ คนใหม่ แต่ อรรถวิชช์ ยังทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดข้อมูล ถึงปัญหาที่ทำให้น้ำมันขาดในตลาด จนประชาชนต้องเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ส่ง สส. ทั้งหน้าใหม่ อย่าง จุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา ไปจนถึง “มวยรุ่นใหญ่” อย่าง “กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อ ออกมาชำแหละสิ่งที่เกิดขึ้น และสะท้อนถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของรัฐบาลเอง รวมถึงให้รัฐบาลตามหาน้ำมันที่หายออกไปจากปั๊ม ขอให้นายกฯพูดความจริงกับประชาชน มากกว่าที่จะบอกว่า ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หรือให้ช่วยกันประหยัดพลังงานเท่านั้น
ขณะที่พรรคประชาชน เองวันนี้ต้องถือว่า “ว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่” คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งระบุว่า “ การพาประเทศไทยฝ่ากระแสภูมิศาสตร์โลกที่จะปั่นป่วนขึ้นเรื่อยเรื่อยต้องอาศัยภาวะผู้นำที่สูงยิ่งกว่าช่วงเวลาปกติ
นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำประเทศจำเป็นต้องตั้งหลักให้มั่นว่า วันนี้ต้องเปลี่ยนโหมดการทำงานจากการใช้กลไกรัฐในการจัดการเลือกตั้งเพื่อบริหารอำนาจ ต้องเปลี่ยนมาบริหารจัดการประเทศในยามวิกฤต”
เวทีประชุมสภาฯวันแรกในท่ามกลางประเทศกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงาน เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่ได้รับแรงกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ปัญหาที่อาจทำให้สถานการณ์เดินไปแนวโน้มที่ เป็นลบกับรัฐบาลใหม่ ที่ไม่มีเวลาฮันนีมูน คือความเชื่อมั่นจากประชาชน ว่าได้ยืนเคียงข้างจริงหรือไม่
เพราะสิ่งที่กำลังสวนทาง และถูกเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ น้ำมันยังไม่ได้หายไปไหน รัฐบาลยังไม่รู้ว่า “ใคร” คือ “ไอ้โม่ง” อยู่คนเดียว !








