ทำเอา สส. เหยียบเบรกกันตัวโก่ง ในการประชุมสภานัดแรก (15 มี.ค. 69) สำหรับ 3 ข้อเสนอของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้แก่ การยกเลิกอาหารกลางวันฟรี การลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 คนเหลือ 3 คน และการยกเลิกบำนาญ สส.
ถือเป็นการจี้หัวใจและท้าทายสิทธิที่อยู่คู่สภาไทยมานาน หากมองเผิน ๆ ข้อเสนอนี้ดูเหมือนจะพูดเรื่องการประหยัดงบ แต่ลึก ๆ มันแตะต้องคำถามที่หลายคนสงสัยว่า "นักการเมืองควรมีสิทธิเหนือประชาชนมากน้อยแค่ไหน" ท่ามกลางวิกฤตความไว้วางใจของสถาบันนิติบัญญัติ สอดคล้องตามความเห็นของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่แสดงวิสัยทัศน์ในวันเดียวกันว่าภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการกอบกู้ความศรัทธาจากประชาชนที่มีต่อระบบรัฐสภา
หากเจาะลึกที่งบอาหารกลางวัน ข้อมูลจากรายงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี 65-66 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าสภาไทยตั้งงบค่าอาหารรวม สส. และ สว. สูงนับร้อยล้านบาทต่อปี โดย สส. มีงบอาหารในวันประชุมเฉลี่ยมื้อละประมาณ 800 - 1,000 บาท (รวมมื้อหลักและมื้อว่าง) ซึ่งสูงกว่าค่าเบี้ยเลี้ยงอาหารของข้าราชการทั่วไป
ขณะที่บางประเทศไม่ได้เลี้ยงฟรีเต็มรูปแบบ เช่น สภาขุนนางของอังกฤษ ที่ใช้ระบบร้านอาหารแบบอุดหนุนบางส่วน (Subsidized restaurant facilities) หรือใน ศรีลังกา ที่เพิ่งมีมติปฏิรูปสภาในปี 2569 ให้ตัดลดสวัสดิการอาหารเกินความจำเป็นออกไป
ย้อนกลับไปช่วงโควิดระบาดในปี 2564 นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร จากพรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) เคยเสนอให้ลดงบค่าอาหารลงครึ่งหนึ่ง จากของ สส. และ สว. ที่สูงถึง 152 ล้านบาทต่อปี โดย สส. ใช้งบอาหารในวันประชุมเฉลี่ยมื้อละ 861 บาท ขณะที่ สว. อยู่ที่ 582 บาท และยังมีงบอาหารประชุมกรรมาธิการแยกต่างหากอีก 34 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเสนอตัดงบเดินทางต่างประเทศในปี 2565 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของสภาที่ถูกจับตามาตลอด
ในส่วนของ "กองทัพผู้ช่วย สส." ปัจจุบันตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) สส. ไทย 1 คน สามารถมีทีมงานได้ถึง 8 คน แบ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ 1 คน (เงินเดือน 24,000 บาท) ผู้ชำนาญการ 2 คน และผู้ช่วยดำเนินงาน 5 คน (เงินเดือน 15,000 บาท) หาก สส. 500 คนมีทีมงานครบ รัฐจะต้องแบกรับภาระงบประมาณเงินเดือนมหาศาลกว่า 3,000 ล้านบาทต่อวาระ 4 ปี
ระเบียบนี้ถูกวิจารณ์ว่าอาจมีการนำบุคคลใกล้ชิดมาสวมสิทธิ์กินเงินเดือนรัฐมากกว่าการจ้างนักวิชาการจริง เมื่อเทียบกับข้อมูลของสหภาพรัฐสภา (IPU) ในรายงาน Global Parliamentary Report พบว่ามีเพียง 46.8% ของรัฐสภาทั่วโลกเท่านั้นที่จัดหาเจ้าหน้าที่ส่วนตัวให้ สส. โดยตรง
ขณะที่ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาแม้จะมีทีมงานได้ถึง 18 คน แต่ต้องแลกมาด้วยการดูแลประชากรเฉลี่ยกว่า 7 แสนคนต่อเขต ซึ่งต่างจากสัดส่วนของไทยอย่างสิ้นเชิง
ประเด็นสุดท้ายคือ 'เงินทุนเลี้ยงชีพ' หรือที่มักถูกเรียกว่าบำนาญ สส. คือเงินตอบแทนรายเดือนจาก กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 โดยกำหนดสิทธิให้สมาชิกได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพหลังพ้นตำแหน่งตามเงื่อนไขระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่รวมกันตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป
ในขณะที่บางประเทศ เช่น เบลเยียม ที่เพิ่งปรับเกณฑ์การคำนวณบำนาญให้มาใช้ค่าเฉลี่ยเงินเดือน 10 ปีสุดท้ายแทน เพื่อให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานประชาชนทั่วไป ตอบรับกระแสโลกที่กดดันให้นักการเมืองต้อง "ลดเอกสิทธิ์" ในยุคที่รัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้านและความคาดหวังจากประชาชน
ข้อมูลจาก Global Parliamentary Report ชี้ว่าปัจจุบันประชาชนตัดสิน สส. จาก "ความโปร่งใส" มากกว่าการออกกฎหมายเพียงอย่างเดียว หากสภาไทยยังใช้งบไม่คุ้มค่าในวันที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัด วิกฤตศรัทธาก็อาจยิ่งดิ่งลงเหว ข้อเสนอของหมอวรงค์ในครั้งนี้ จึงเสมือนคำถามเดิมที่เคยถูกถามมาแล้วในอดีต ว่าสภาไทยพร้อมจะ "เฉือนเนื้อตัวเอง" เพื่อประชาชนแล้วหรือยัง
___________________
เกร็ดสภา: สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ "ผู้แทนราษฎร" ปี 2569
1. รายได้ต่อเดือน (Fixed Income)
• เงินประจำตำแหน่ง: 71,230 บาท
• เงินเพิ่ม: 42,330 บาท
• รวมรายรับต่อเดือน: 113,560 บาท (ไม่รวมเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนพิเศษอื่นๆ)
2. "กองทัพผู้ช่วย" 8 คน (Staffing)
สส. 1 คน สามารถแต่งตั้งทีมงานมาช่วยขับเคลื่อนงานได้ถึง 8 คน โดยรัฐเป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้ทั้งหมด:
• ผู้เชี่ยวชาญ (1 คน): 24,000 บาท/เดือน
• ผู้ชำนาญการ (2 คน): 15,000 บาท/เดือน
• ผู้ช่วยดำเนินงาน (5 คน): 15,000 บาท/เดือน
• รวมงบประมาณเฉพาะเงินเดือนทีมงาน: ต่อ สส. 1 คน สูงถึง 114,000 บาท/เดือน
3. สวัสดิการ "อาหาร" ในวันประชุม
• สส. ได้รับการจัดสรรอาหารฟรีในวันที่มีการประชุมสภาฯ
• คำนวณจากงบประมาณรายปี ตกเฉลี่ย มื้อละ 861 บาทต่อคน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าเบี้ยเลี้ยงปกติของข้าราชการทั่วไป
4. การเดินทางและการรักษาพยาบาล
• การเดินทาง: สามารถเบิกค่าพาหนะ (เครื่องบิน, รถไฟ, รถทัวร์) ได้ตามจ่ายจริง หรือหากใช้รถส่วนตัวเบิกได้กิโลเมตรละ 4 บาท (เทียบเท่าข้าราชการระดับบริหารสูง/ปลัดกระทรวง)
• การรักษาพยาบาล: มีสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริง (ในวงเงินที่กำหนด) ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปี
5. "ทุนเลี้ยงชีพ" (ไม่ใช่บำนาญแต่คล้ายกัน)
• สส. ไม่มีบำนาญเหมือนข้าราชการ แต่มี "กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา"
• เงื่อนไข: ต้องปฏิบัติหน้าที่รวมกันไม่น้อยกว่า 4 ปี
• สิทธิประโยชน์: จะได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเป็นระยะเวลา "2 เท่าของเวลาที่ดำรงตำแหน่ง" (เช่น เป็น สส. 4 ปี จะได้รับเงินหลังพ้นตำแหน่งต่อเนื่องนาน 8 ปี)








