บทความ บทวิเคราะห์

รักสามเส้า ! สายใย เพื่อนรัก “อนุทิน-ธรรมนัส” เกมที่ “เพื่อไทย” ยังต้องระแวง

แชร์ข่าว

พรรคเพื่อไทย ไม่สะดวกที่จะเป็น “ฝ่ายค้าน” ดังนั้นหนทางข้างหน้าจึงเหลือเพียงการเข้าร่วมรัฐบาล กับ “พรรคภูมิใจไทย” เป็นคำตอบสุดท้าย เท่านั้น !

ขณะเดียวกัน  พรรคกล้าธรรม ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”  ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค แม้จะไม่สะดวก เป็นฝ่ายค้าน เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย แต่ดูเหมือนว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้วอาจมี “เงื่อนไข” ที่ต้องพิจารณา มากกว่าเรื่องของ “จำนวนสส.”

การเลือกหรือ ไม่เลือก พรรคกล้าธรรม ให้เข้าร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” รอบนี้ แน่นอนว่าพรรคสีน้ำเงิน ต้องมั่นใจได้ว่า เกมการเมืองยังไม่ปิดตาย หรือจบลงที่การตั้งรัฐบาลผสม “291 เสียง” เท่านั้น

แต่นี่อาจเป็น “ฉากแรก” ที่ต้องได้รัฐบาลใหม่ ในท่ามกลาง “เงื่อนไข” และข้อจำกัดของพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่พรรคกล้าธรรม เอง

สำหรับพรรคกล้าธรรม แล้วแม้วันนี้จะมีเสียง สส.ในมือ “58 เสียง” ซึ่งถือว่า “ไม่ห่าง” จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งมี “74 สส.” เท่าใดนัก เพราะตัวเลขทิ้งห่างกันเพียง16 เสียง ดังนั้นพรรคกล้าธรรม จึงมีโอกาส “เติบโต” มากขึ้น ในการเลือกตั้งรอบหน้า

แต่ย่อมต้องไม่ใช่ ในสถานการณ์ที่พรรคกล้าธรรม นั่งเป็น “ฝ่ายค้าน” ยืดเยื้อออกไป เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความระส่ำ ระสาย ภายในพรรค เนื่องจาก ในตัวเลข 58 สส.ที่ร.อ.ธรรมนัส มีอยู่นั้น เป็น “เลือดแท้” ที่เขาเองหอบหิ้วกันมาเพียง “18 สส.” เท่านั้น  

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ร.อ.ธรรมนัส จะถูกตั้งคำถามว่า เหตุใด พรรคกล้าธรรม จึงใช้วิธี “งดออกเสียง” แทนการ “ไม่ยกมือโหวต”  เพื่อแสดงจุดยืนว่า พรรคกล้าธรรม ไม่สนับสนุน “โสภณ ซารัมย์” เป็นประธานสภาฯ สายตรงจาก “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”

ล่าสุดร.อ.ธรรมนัส ให้เหตุชี้แจงกับสื่อวันนี้เพราะไม่เห็นว่า จะมีชื่อใดที่เหมาะสม “ เราไม่มีบุคคลที่เราเห็นว่าอยากเห็นชอบด้วย ก็งดดีกว่า”

ท่าทีของร.อ.ธรรมนัส ถูกจับตามาตั้งแต่มีความชัดเจนว่า ในสมการรัฐบาลใหม่ จะไม่มีกล้าธรรม รวมอยู่ด้วยแล้ว ร.อ.ธรรมนัส จะมีฤทธิ์ มีเดช กลายเป็น “ฝ่ายแค้น” หรือไม่ แต่น่าสนใจว่าเมื่อจับอาการจากการงดออกเสียง โสภณ เป็นประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.แล้ว น่าจะทำให้เห็นร่องรอยและ “เยื่อใย” ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั้นยังไม่ได้ขาดสะบั้นลงไปเสียทีเดียว

นายกฯอนุทิน และร.อ.ธรรมนัส ต่างให้สัมภาษณ์สื่อในท่วงทำนองที่ต่างไม่มีใคร “ตัดรอน” ต่อกัน  จึงไม่แปลกที่ หน้าตารัฐบาลใหม่ จะถูกตั้งคำถามไปไกลถึง “วันข้างหน้า” เสียแล้วว่า หากพรรคสีน้ำเงิน คิดจะดึง กล้าธรรม กลับเข้ามา ในสภาพที่ “อ่อนแรง” เต็มที นั่นคือการไร้อำนาจต่อรอง  เหมือนกับที่พรรคเพื่อไทยเอง กำลังเป็นอยู่ในยามนี้

ดังนั้นเมื่อ "วันข้างหน้า" ซึ่งอาจมาถึงเร็ว แล้วพรรคใด จะอยู่ในข่ายความเสี่ยงสูง ที่อาจจะต้อง “ถูกปรับออก” จากครม. เมื่อผ่านพ้นการบริหารงานกันไประยะหนึ่ง เมื่อการปรับครม.รอบใหม่ "คนอยู่" ก็ต้อง"ลุ้น" ส่วน "คนที่รอ" ก็ยัง "มีหวัง" !

           

           

ข่าวแนะนำ