บนเส้นทางกว่าหนึ่งศตวรรษของหน้าประวัติศาสตร์ข้าวไทย "กรมการข้าว" ไม่ได้เป็นเพียงหน่วยงานราชการ แต่คือเสาหลักที่หยั่งรากลึกคู่แผ่นดินมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐานการเกษตรสมัยใหม่ด้วยการโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "กระทรวงเกษตราธิการ" และกำเนิด "กรมช่างไหม" ขึ้นในปี พ.ศ. 2444 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับคุณภาพผลผลิต โดยมีการจัดประกวดพันธุ์ข้าวครั้งแรกของประเทศที่เมืองธัญบุรีในปี พ.ศ. 2450 ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ชื่อ "กรมเพาะปลูก" และนำไปสู่การสถาปนา "สถานีทดลองคลองรังสิต" ในปี พ.ศ. 2459 เป็นสถานีทดลองข้าวแห่งแรกของไทย ณ ตำบลคลองหก อันเป็นหมุดหมายสำคัญของการวิจัยข้าวไทยอย่างเป็นระบบ
ความพยายามในการเชิดชู "ข้าว" ให้เป็นวาระแห่งชาติปรากฏชัดขึ้นตามลำดับ จากการจัดตั้ง "แผนกข้าว" สู่ "กองการข้าว" จนกระทั่งมีการสถาปนา "กรมการข้าว" ขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2496 โดยมีหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ทรงเป็นอธิบดีพระองค์แรก แม้ในช่วงเวลาต่อมาจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรไปเป็นสถาบันวิจัยข้าวภายใต้กรมวิชาการเกษตร แต่ความสำคัญของข้าวไทยไม่เคยลดน้อยถอยลง จนกระทั่งความจำเป็นในการบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จเกิดขึ้นอีกครั้ง นำไปสู่การประกาศใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2549 คืนชีพ "กรมการข้าว" ให้กลับมาผงาดในฐานะหน่วยงานหลักที่มีภารกิจดูแลหัวใจของชาติโดยเฉพาะอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน
ในวาระครบรอบ 20 ปีของการกลับมาสถาปนา กรมการข้าว ยุคใหม่ ภารกิจสำคัญที่ไม่เคยหยุดนิ่งคือการน้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวนา ผ่านการร้อยเรียงงานด้านจิตวิญญาณและวิชาการเข้าด้วยกัน โดยมี "กองประสานงานโครงการพระราชดำริ" เป็นกลไกสำคัญที่จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เพื่อสนองพระราชปณิธานและนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวงด้านข้าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม กองประสานงานฯ แห่งนี้เปรียบเสมือนสะพานที่ส่งต่อองค์ความรู้และการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ ได้เดินหน้าแผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า ผ่านโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า กิจกรรมหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างพลังทางสังคม ผ่านโครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางปัญญาให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสง่างาม
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา กรมการข้าว ภายใต้วิสัยทัศน์ "ข้าวไทยก้าวไกลด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลาดนำการผลิต ชีวิตชาวนาเข้มแข็ง" ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และคุ้มครองพันธุ์ข้าว การตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล ไปจนถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่สังคมไทย จากรากแก้วที่ร้อยเรียงมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผสานเข้ากับพลังแห่งโครงการพระราชดำริที่แผ่ไพศาล วันนี้ กรมการข้าว จึงไม่ใช่แค่ผู้ดูแลผลผลิต แต่คือผู้สร้างความมั่นคงทางอาหารและส่งต่อความภูมิใจของไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน








