ว่ากันว่า คนที่สบายใจมากที่สุด คือคนที่สามารถปล่อยวางได้มากที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้อาจใช่ไม่ได้ในสังเวียนการต่อสู้ทางการเมือง !
ทุกความเคลื่อนไหว ทุกคำพูดที่มาจาก “คนแพ้” ชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รักษาการรมว.เกษตรนและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ล้วนทำให้หลายคนต้อง “เงี่ยหูฟัง” ว่า ร.อ.ธรรมนัส คิดหรือรู้สึกอย่างไร เมื่อวันนี้เขาถูกกันให้อยู่นอกสนาม ไม่ได้กลับเข้าไปอยู่ในอำนาจฝ่ายบริหาร
โดยเฉพาะประเด็นที่มีคนสงสัย แต่ไม่อยากตั้งคำถามออกมาดังๆ เว้นแต่นักวิชาการรายหนึ่งที่ระบุถึงสาเหตุ ที่พรรคกล้าธรรม จะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” มาจากความแค้นของ “อดีตลุงหัวหน้าพรรค” ที่ “ฝากให้ฝัง”
ซึ่งร.อ.ธรรมนัส บอกสั้นๆว่า “นักวิชาการ ไม่รู้จริง”
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังคำถามที่คาใจสื่อว่า จะทำงานร่วมกับพรรคประชาชน ได้หรือไม่ หรือจะเป็น “ฝ่ายค้านเชิงรุก” มีข้อมูลลับ ว่า “ไม่มีครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ผมมีคุณธรรมพอ”
ท่าทีของร.อ.ธรรมนัส ณ เวลานี้ แม้ไม่ “หมอบ” แต่การมี “ไพ่ลับ” เพื่อเตรียมเขย่าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล อาจไม่ใช่ “ทางเลือก” ที่ดีนัก เพราะอย่าลืมว่า “การเมือง” นั้นแทบไม่มีอะไรแน่นอน เพียงแต่วันนี้ พรรคภูมิใจไทย ไม่อยู่ในฐานะที่จะ “ตัดสินใจ” หรือ “เลือก” ได้ทุกเรื่อง อย่างแท้จริง
การที่พรรคกล้าธรรม มี 58 เสียงแต่กลับไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล เมื่อเทียบกับ “5 สส.” ที่มีอยู่ในมือของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งวันนี้หัวหน้าพรรคชื่อ “ตรีนุช เทียนทอง” ขึ้นมาทำหน้าที่แทน “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ดูเหมือนว่าจะ “วางมือ” ทางการเมือง แล้วหันไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ชิมอาหาร
และนี่อาจเป็นที่มาของการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไม ร.อ.ธรรมนัส ถึงอกหัก มีเสียงในมือ58 สส. แต่ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กลับเปิดพรรคต้อนรับ ตรีนุช หลังการเลือกตั้งจบลง
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ 5 สส.ของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อแลกกับ 1 เก้าอี้ว่าการฯ แต่พรรคเองคงไม่มี “อำนาจต่อรอง” ทางการเมือง ในระยะยาว เมื่อเทียบกับ “มุ้งการเมือง” ในพรรคภูมิใจไทย สารพัด “บ้านใหญ่” ที่ส่อเค้าจะมีปัญหาตามมาเมื่อ เกลี่ยเก้าอี้รัฐมนตรี ในครม.ไม่ลงตัว
การเป็นพรรคเล็ก อย่างพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ บิ๊กป้อม วางมือทางการเมือง แต่การได้ 1 เก้าอี้ว่าการฯเพื่อให้ตรีนุช ได้ทำหน้าที่ทั้งฝ่ายบริหาร และรั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อ ก็ดูจะคุ้ม เมื่อเทียบกับความเหน็ดเหนื่อยที่ “ผู้กองนัส” ต้องออกแรง กว่าจะได้สส. เข้าสภาฯ ด้วยตัวเลขสวยๆ ถึง 58 ที่นั่ง แต่ก็ยังไม่มีความหมาย
ส่วน “อดีตลุง” คนไหน จะ “ฝาก” ให้ “อนุทิน” ช่วย “ฝัง” เจ้าของพรรคกล้าธรรม จริงหรือไม่ยังเป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบกันต่อไป ?







