บทความ บทวิเคราะห์

จับตา ศึกไว้ไมตรี หรือขยี้ "กล้าธรรม" ให้จมดิน !? ลุ้นสกัด "งูเห่าสีเขียว" ก่อนวันโหวตนายกฯ

แชร์ข่าว

นอกเหนือจาก “ความชัดเจน” ว่ารัฐบาลใหม่ไม่มี “พรรคกล้าธรรม” ร่วมขบวนแล้ว ยังมีความเจ็บช้ำในหัวใจของคนชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคสีเขียว เกิดขึ้นตามมา

ใครจะไปคาดคิดว่า ร.อ.ธรรมนัส สู้อุตส่าห์ ทำศึกในสนามเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 จนสามารถพา ลูกพรรคฝ่าด่านเข้าสภาฯ มาได้ ด้วยตัวเลข “58 เสียง” แต่กลับไม่มีความหมาย เมื่อ “กล้าธรรม” กลายเป็นฝ่าย ที่ไม่ถูกเลือก

การประชุมครม.วันนี้  มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและถูกนำไป “ตีความ” ว่า ทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “ลาประชุม” ในช่วงเช้า แต่ปรากฎตัวที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สวมเสื้อแขนสั้น สีขาวโชว์การขานรับการประหยัดพลังงาน ให้สื่อเห็น

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส เองก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครม. เช่นกัน แม้วันนี้จะยังมีสถานะเป็น รักษาการ “รมว.เกษตรฯ” ก็ตาม

ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าทั้งอนุทิน และร.อ.ธรรมนัส เลี่ยงการพบปะกัน ในที่ประชุม หลังจากที่แจ่มชัดแล้วว่า ครม. “อนุทิน 2” ไม่มีพรรคกล้าธรรม

หากฟังจากการให้สัมภาษณ์ของ “อรรถกร ศิริลัทธยากร” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา  ในฐานะแกนนำของพรรคกล้าธรรม ดูจะชัดเจนแล้วว่า “ทำใจ” ยอมรับกับ “สถานะ”การเป็นพรรคฝ่ายค้านไปแล้ว

แต่ประเด็นที่น่าสนใจและหลายฝ่ายเฝ้ามองมาตลอด อยู่ที่ “ชะตากรรม” ของพรรคกล้าธรรม จากนี้ไป ร.อ.ธรรมนัส จะรักษา 58 เสียงเอาไว้ได้นานแค่ไหน ?

อย่าลืมว่า สส.ในมือ 58 เสียงนั้น แท้จริงแล้ว มี “เลือดแท้”  พรรคกล้าธรรม อยู่ “18 เสียง” ตามที่ร.อ.ธรรมนัส ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่พรรคพลังประชารัฐ จึงทำให้มั่นใจว่าจะไม่มี “งูเห่าสีเขียว”

ซึ่งแน่นอนว่า ร.อ.ธรรมนัส ย่อมไม่สามารถ ควบคุมหรือมีอิทธิพล เหนือไปกว่า “กลุ่มการเมือง” ที่ไปเชิญมาเข้าพรรค อย่าง “กลุ่มเพื่อนต่อ” ที่นำโดย “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” และ “เดชอิศม์ ขาวทอง"  ที่หอบหิ้วกันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” 

ทั้งนี้ การตัดสินใจของกลุ่มเฉลิมชัย ย่อมไม่เกี่ยวพันกับการที่จะถูกโจมตีว่าเป็น งูเห่า หรือแปรพักตร์หรือไม่  เพราะการอยู่หรือไปของเฉลิมชัย หลายคนรู้ดีว่า เป็นไปตามสัญญาสุภาพบุรุษ ที่เขาเองเคยรับปากเอาไว้ กับร.อ.ธรรมนัส

ดังนั้น การเคลื่อนไหวของกลุ่มเฉลิมชัย จึงค่อนข้างมีอิสระเพราะไม่ได้ยึดโยงกับร.อ.ธรรมนัส เหมือนกับ “18 สส.” ที่ร.อ.ธรรมนัส ปั้นมากับมือ

จุดที่ต้องจับตาว่า ในพรรคกล้าธรรมจะเกิดภาวะ “แทรกซ้อน” จาก พรรคสีน้ำเงินหรือไม่ ยังอยู่ที่ “วันโหวต” เลือก “นายกฯคนใหม่” ชื่อ อนุทิน ว่า จะได้เห็น สส.งูเห่าสีเขียว ใช้ “เอกสิทธิ์” โหวตได้ตามอิสระ หรือที่เรียกว่า “ฟรีโหวต”

หรือเจ้าของพรรคกล้าธรรมจะ “ดักทาง” เอาไว้ด้วย การออกเป็น “มติพรรค” เพื่อให้สส.ทั้ง 58 เสียง โหวตไปในทิศทางเดียวกัน

ศึกในศึกนอก กำลังปะทุ และส่อเค้าลางว่าอาจจะเพิ่มดีกรี มากขึ้น เพราะแม้ในวันโหวตชื่ออนุทิน เป็นนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส ยังคุมเสียงสส.ในมือไม่ให้ “แตกแถว”  แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า “งูเห่าสีเขียว” จะไม่เกิดขึ้น ในวันข้างหน้า

แม้เสียง เดียวที่แตกแถว จะยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ของร.อ.ธรรมนัส มากขึ้นเท่านั้น และยังไม่นับรวมว่า กรณี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา  ของพรรค ที่มีคดีพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์ และคดีฟอกเงิน ซึ่งถูกออกหมายเรียกแล้ว ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ยังไม่เปิดสมัยประชุมสภาฯ

แต่เมื่อเปิดสมัยประชุมแล้ว ชนนพัฒฐ์ จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองทันที ที่ห้ามจับกุมหรือควบคุมตัว เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร  ดังนั้นเท่ากับว่า โอกาสที่สส.ชนนพัฒบ์ จะได้ หรือไม่ได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง จึงอยู่ที่สภาฯ และว่าที่ประธานสภาฯไปจนถึงรองประธานสภาฯ ก็ต้องมาจากพรรคสีน้ำเงิน

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ จึงต้องลุ้นกันช็อตต่อไปว่า พรรคกล้าธรรม จะเจอมรสุม แล้วหยุดอยูที่การไม่ได้ร่วมรัฐบาล หรือจะเป็นพายุลูกใหม่ ที่ถล่มชนิดที่ไม่ต้องไว้ไมตรีกันอีกต่อไป !

           

 

ข่าวแนะนำ