ปิดดีลกันจบหมดทุกอย่าง เรียบร้อยโรงเรียน “ภูมิใจไทย” เมื่อหน้าตา “รัฐบาลใหม่” ปรากฏโฉมออกมาแล้วว่า มีทั้งสิ้น 292 เสียง และไม่มี “พรรคกล้าธรรม-พรรคประชาธิปัตย์-พรรคไทรวมพลัง”
ทั้งนี้หน้าตารัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2/1” จะว่าไปแล้ว แทบไม่มีอะไรผิดแปลก ชนิดที่เรียกว่ามีเซอร์ไพรส์ ให้ต้องลุ้น
แต่ที่น่าสนใจ คือการถอดรหัสจากสิ่งที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่กล่าวเปิดใจในการสัมมนากับสมาชิกพรรค ที่จ.บุรีรัมย์วันนี้
นั่นคือการส่งสัญญาณไปยัง “คนเก่า” ที่อยู่กับพรรค มาก่อน ไปจนถึง “สมาชิกใหม่” ที่เพิ่งมาทำงานกับพรรค ว่าเขาไม่ต้องการให้มีกลุ่มก๊วน หรือ “มุ้งการเมือง” เกิดขึ้นในพรรค
“ การปฐมนิเทศวันนี้จึงเกิดขึ้น มีพวกเราที่มาร่วมชีวิตกันในครั้งนี้จากทุกภาคของประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ตนอยากจะเห็นขอความกรุณาไม่ใช่ว่าท่านท็อป(นายวราวุธ) มาก็นั่งโต๊ะที่มีแต่จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มาก็มีแต่โต๊ะของจ.ชุมพร จ.พิษณุโลก โต๊ะนายสุชาติ ก็มีแต่จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี จ.ตราดจ.เพชรบุรี และจ.ราชบุรี ต้องแยกกัน นั่งรวมกันให้หมด”
สิ่งที่อนุทิน สะท้อนออกมา ดูจะสอดคล้องกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ทายาทสายตรง “ครูใหญ่เนวิน” เองที่ไม่ต้องการให้เกิดมุ้งการเมือง เช่นกัน เพราะจะทำให้พรรคเกิดปัญหาตามมา
“ เมื่อเราเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้น และสิ่งที่ทุกคนเป็นกังวลในเบื้องต้น แต่จากที่ได้พูดคุยและพบเจอกันและจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานที่วันนี้คนทำงานจริงได้มีเวทีได้มีพื้นที่เฉิดฉายและเติบโตในการทำงานหลากหลายรูปแบบ จึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สลายในเรื่องของมุ้งไปพอสมควร
ถ้าใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร”
วันนี้ดีลการตั้งรัฐบาลจบลง ด้วยภาพการเมืองที่ตอกย้ำว่า พรรคภูมิใจไทย คุมทุกอย่างเบ็ดเสร็จเอาไว้หมดแล้ว ขณะที่พรรคการเมืองที่เข้ามาร่วมรัฐบาล เองอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “ทิ้งไพ่หมอบ” ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ หรือแม้พรรคพลังประชารัฐ ที่แม้จะได้รับเชิญมาเป็นพรรคแรกๆ แต่ เมื่อมีในมืออยู่5 สส.จึงได้เก้าอี้รัฐมนตรี ไป1 ที่นั่ง ซึ่งถือว่า ดีมากแล้ว เพราะอย่างน้อย พรรคยังคงอยู่ได้ต่อไป โดยที่ไม่แตก
แต่สำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้ว เมื่อชัยชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้กลยุทธ์ “ดึงบ้านใหญ่” เอามาไว้ที่เดียวกัน เพื่อ “ตัดกำลัง” คู่แข่งอย่างพรรคประชาชน ที่อ่อนแรงเต็มที ด้านหนึ่งคือชัยชนะ แต่อย่าลืมว่าอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ “ปัญหา” ที่เป็นเหมือน “ระเบิดเวลา” ที่ซุกเอาไว้ในพรรคต่างหาก
พรรคภูมิใจไทย รวมเอาไว้ด้วย “มุ้งการเมือง” ทั้งบ้านใหญ่ เมืองชล ที่นำโดย “สนธยา คุณปลื้ม” ยอมวางแค้น กับ “สุชาติ ชมกลิ่น” แกนนำกลุ่มบ้านใหม่ เมืองชล หรือกลุ่มนครปฐม ของ “อนุชา สะสมทรัพย์” ที่เพิ่งออกปากพูดถึงเก้าอี้ “ รัฐมนตรีว่าการฯ” นั้นพอจะมีสิทธิ์ลุ้นหรือไม่
เมื่อวันนี้ กลุ่มบ้านใหญ่นครปฐม ย่อมไม่ตัวเองให้ไปอยู่ในโควตา “อดีตพรรคชาติไทยพัฒนา” ที่เคยมี “วราวุธ ศิลปอาชา” บ้านใหญ่สุพรรณฯ อีกแล้ว ดังนั้นโควตาในส่วนที่วราวุธ อุตส่าห์ ทิ้งพรรคแล้วมารวมที่พรรคสีน้ำเงิน จะเกลี่ยกันด้วยวิธีใด
และหากจะนับ “บ้านใหญ่” กันแล้ว อย่าลืมว่าในพรรคสีน้ำเงินเอง ก็ยังมี กลุ่มการเมืองที่เป็นมุ้ง แต่เป็นสมาชิกเดิมของพรรค ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอุทัยธานี ของ “ชาดา ไทยเศรษฐ” หรือกลุ่มอ่างทอง จะพิจารณากันในมุมไหน
ยังมีกลุ่ม “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ที่มาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมีชื่อจ่อนั่งรัฐมนตรี เกรดเอ และอย่าลืมว่ายังมีกลุ่มอดีตสส.ภาคใต้ จากพรรคประชาธิปัตย์ และบางส่วนที่มาจากพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น จะจัดสรรกันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิด แรงกระเพื่อมกันตั้งแต่ยกแรก กลายเป็น “ศึกใน” ที่เคยเขย่าพรรคไทยรักไทย ของ “ทักษิณ ชินวัตร” มาแล้ว








