การเมืองทั่วไป

"สิริพงษ์" โต้ปมเครือญาติรับงานรัฐ ยันธุรกิจเปิดมา 45 ปี โปร่งใสตรวจสอบได้ ซัดนักวิชาการมีอคติจ้องดิสเครดิต

แชร์ข่าว



"สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ" สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เปิดหน้าแจงยิบปมเครือญาติคว้าโครงการรัฐ ย้ำชัดห้างหุ้นส่วนทำธุรกิจรับเหมามาตั้งแต่ปี 2524 ก่อนเข้าสู่วงการเมือง วอนนักวิชาการหยุดใช้ข้อมูลบิดเบือนกล่าวหาลอยๆ เรื่องทุจริต ชี้เป็นพฤติกรรม "การเมืองยุคโบราณ" หวังผลช่วงฟอร์มทีมรัฐบาล เตรียมส่งฝ่ายกฎหมายพิจารณาเอาผิด

วันที่ 9 มี.ค.2569 เวลา 09.30 น.ที่จังหวัดบุรีรัมย์  นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นักวิชาการออกมากล่าวหาว่า กลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ รับโครงการราชการมีการทุจริตว่า ขอเรียนว่าก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่ามีเครือญาติของโฆษกรัฐบาลรับงานของรัฐ และก็มีนักวิชาการบางท่านออกมาบอกว่าเข้าขายทุจริตเรื่องอะไรต่าง ๆ ก็ต้องเรียนว่านักการเมืองถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะสามารถตรวจสอบได้ และพร้อมให้ตรวจสอบ แต่การใช้ความคิดเห็น และการวิเคราะห์วิจารณ์ของนักวิชาการก็อยากจะให้ใช้หลักการด้วยความไม่มีอคติ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลอย่างมีอคติ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นแรกก็ต้องชี้แจง ผจก. ไทยเจริญ ศรีสะเกษ เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เปิดทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2524 ตอนนั้นตนก็น่าจะอยู่ชั้น ป. 1 แล้วเขาก็รับงานลักษณะแบบนี้ คือเขาก็เป็นผู้รับเหมาชั้นหนึ่ง มาเป็นเวลา 10 ปี คิดว่าการที่เขาทำธุรกิจมา 45-46 ปี เขาจะได้รับงานรัฐจำนวนมาก หรือน้อยอย่างไรคิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร ประเด็นที่ 2 คือความเป็นญาติ นามสกุลเดียวกันมันตัดกันไม่ขาด

คือเป็นญาติกัน เราเป็นญาติกันที่เป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพ เราก็เจอกันในช่วงงานเทศกาลสำคัญ เช่น วันตรุษจีน วันสารทจีน วันไหว้บรรพบุรุษ แต่ครอบครัวทั้ง 2 ครอบครัวก็แยกออกไปต่างคนต่างทำมาหากินกันไปแล้ว ซึ่งถ้าตนจะเล่นการเมืองแล้ว ก็ต้องไปบอกญาติว่าอาชีพที่คุณทำอยู่ให้หยุดเสีย เพราะตนจะเล่นการเมืองมันก็ไม่ถูก ให้เขาบอกตนว่าเขารวยมากแล้วมาบอกให้ตนหยุดเล่นการเมืองยังจะง่ายกว่า แต่ในความเป็นจริงคิดว่าแต่ละคนก็มีความมุ่งหวัง มีความฝันที่แตกต่างกัน

"การมากล่าวหากันว่าเป็นเครือญาติ แล้วมันเป็นความความผิดที่เป็นเครือญาติ ผมว่ามันค่อนข้างจะไม่เป็นธรรม เพราะในทางการเมือง ท่านก็คงจะเห็นว่ามีจำนวนมากที่นามสกุลเดียวกัน คนหนึ่งอยู่ฝ่ายค้าน คนหนึ่งอยู่รัฐบาลก็มีให้เห็น หรือฝั่งที่อาจารย์เชียร์อยู่ นักวิชาการที่เขาเชียร์อยู่ก็มีคนที่อยู่ในเครือญาติของฝั่งที่เขาเชียร์อยู่ก็มีคดีก็ยังมีเหมือนกัน แต่ในกรณีที่กล่าวหามา ไม่ได้เป็นความจริงสักประการเลย

ก็ต้องขอเรียกร้องให้นักวิชาการผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะนี้ใช้ข้อมูลอย่างไม่มีอคติ ดูข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะการเป็นนักวิชาการถ้าคุณจะนำเสนอความคิดเห็นเฉพาะจากการอ่านพาดหัวข่าวโดยไม่มีรายละเอียดเลย ผมก็คิดว่าอาจจะไม่ถูกต้องนัก หลายประเด็น อย่างเช่นเรื่องทุจริตเป็นการกล่าวหาลอยๆแล้วทำให้ประชาชนเข้าใจผิด" นายสิริพงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ต้องส่งให้ฝ่ายกฎหมายเขาลองดูว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร แต่ตนคิดว่าการจะตรวจสอบนักการเมืองเป็นสิ่งที่พึงกระทำ และคิดว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถช่วยกันทำได้ แต่การกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ไร้หลักการ และทำให้เกิดความเข้าใจผิด เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ

เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นขบวนการทำลายล้างทางการเมืองหรือไม่  นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้หลายส่วน ในส่วนของตนก็สามารถชี้แจงได้ ก็ชี้แจงไป แต่ตรงไหนที่เราถูกบิดเบือนและทำให้เกิดความเสื่อมเสีย ก็ต้องมีการดำเนินการ ส่วนจะเป็นกระบวนการทำลายล้างหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขาบอกว่าเวลาเล่นการเมืองแล้วเราก็จะได้รู้หลายเรื่องที่เราไม่เคยทำ แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนกระทำความผิด ในช่วงที่จะฟอร์มทีมตั้งรัฐบาล ช่วงนี้มีการใช้นักวิชาการเข้ามาโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่งค่อนข้างเยอะ

"อยากจะฝากเตือนพวกเหล่าบรรดานักวิชาการ วันนี้น่าจะชัดแล้วว่า พรรคใดบ้างที่ตั้งรัฐบาล พรรคใดบ้างที่จะเป็นฝ่ายค้าน เมื่อประชาชนตัดสินใจแล้วก็มีเวลา 4 ปี ตามเงื่อนไขของกฎหมาย ก็ขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงาน

การที่เริ่มมาดิสเครดิตกันตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำงาน ผมคิดว่ามันคงเรียกไม่ได้ว่าเป็น การเมืองสร้างสรรค์ คงเรียกไม่ได้ว่าเป็นการเมืองแบบใหม่ ผมแต่คิดว่าเป็นกระบวนการแบบการเมืองยุคโบราณมาก ซึ่งน่าจะไม่ใช่แนวทางของพรรคที่คิดว่าเป็นฝ่ายค้าในเวลานี้" นายสิริพงศ์ กล่าว