บทความ บทวิเคราะห์

ท่าที UN ศึกตะวันออกกลาง เตือนเสียหายเกินควบคุม-อพยพนับแสน วอนทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา

แชร์ข่าว

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจากการโจมตีโต้ตอบกันระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลก

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2026 นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว UN News เพื่อเตือนว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้กำลังทำให้ "เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นรุนแรง" (World economy at grave risk) และสถานการณ์อาจลุกลามจน "เกินกว่าที่ใครจะควบคุมได้" (Spiral beyond anyone's control) พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยั้งการสู้รบและเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูตอย่างจริงจัง เนื่องจากความสูญเสียส่วนใหญ่ตกอยู่กับพลเรือน

สอดคล้องกับคำเตือนของ นายโวลเกอร์ เติร์ก (Volker Türk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่ระบุ ณ กรุงเจนีวา ในวันเดียวกันว่าความขัดแย้งกำลังขยายตัว "ราวกับไฟป่า" (Like wildfire) โดยชี้ว่าเลบานอนได้กลายเป็น "จุดปะทุสำคัญ" (Flashpoint) จากการโจมตีโต้ตอบกันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลลาห์

ขณะที่ นายอาร์เซนิโอ โดมิงเกซ (Arsenio Dominguez) เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ให้สัมภาษณ์กับ UN News เกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ปกติมีเรือพาณิชย์กว่า 3,000 ลำใช้สัญจร โดยขณะนี้มีลูกเรือประมาณ 20,000 คน และผู้โดยสารเรือสำราญอีกกว่า 15,000 คน ยังคงติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซียท่ามกลางความเสี่ยงสูง ล่าสุดมีเหตุโจมตีเรือลากจูง (Tugboat) ในพื้นที่ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 4 ราย ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญต่อการค้าน้ำมันโลกประมาณ 1 ใน 5

ด้าน องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) รายงานข้อมูลภาพรวมว่ามีเด็กเสียชีวิตจากการสู้รบในอิหร่านแล้วประมาณ 180 ราย รวมถึงโรงเรียน 20 แห่ง และโรงพยาบาล 10 แห่งได้รับความเสียหาย ขณะที่ นายโวลเกอร์ เติร์ก (Volker Türk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนฯ ได้ระบุถึงเหตุการณ์โจมตีโรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วน 'Shajareh Tayyebeh' ในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งมีรายงานเด็กเสียชีวิตมากกว่า 160 ราย โดยได้เรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างโปร่งใสและเร่งด่วน

ทางด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) โดย ดร.ฮานัน ฮัสซัน บัลคี (Dr. Hanan Balkhy) ผู้อำนวยการภูมิภาคของ WHO สำหรับภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เผยข้อมูลว่าในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มีประชาชนอพยพออกจากกรุงเตหะรานแล้วประมาณ 100,000 คน และมีการยืนยันเหตุโจมตีสถานพยาบาลในอิหร่านและเลบานอนรวม 14 ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต 4 ราย นอกจากนี้ WHO ระบุว่ามีประชากรกว่า 115 ล้านคนในภูมิภาคที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมี 80 ล้านคนที่เผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหาร

วิกฤตการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบโลจิสติกส์ โดย นางแอนนา แคทลิน เชฟเฟอร์ (Anna-Karin Schaefer) รองผู้อำนวยการด้านการตอบสนองด้านมนุษยธรรมของ IOM เตือนว่าค่าขนส่งสินค้าทางเรือพุ่งสูงขึ้นจากการเรียกเก็บ "ค่าธรรมเนียมฉุกเฉิน" (Emergency surcharges) เพิ่มเติมถึง 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งทำให้การส่งมอบสิ่งของจำเป็น เช่น เต็นท์พักพิงชั่วคราว และชุดอุปกรณ์สุขอนามัยที่ลดน้อยลง ทำได้ยากขึ้น

ในขณะที่หน่วยงานอย่าง UNHCR กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนงบประมาณอย่างหนัก โดย นายบาบาร์ บาลอช(Babar Baloch) โฆษก UNHCR ระบุว่าโครงการช่วยเหลือในอัฟกานิสถาน อิหร่าน และปากีสถาน ที่ต้องการงบประมาณ 454 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันได้รับเงินสนับสนุนเพียง 15% เท่านั้น เช่นเดียวกับนายมาติเยอ ลูเซียโน(Mathieu Luciano) โฆษก IOM ในเลบานอน ที่ระบุว่าสถานการณ์งบประมาณย่ำแย่มาก

สำหรับสถานการณ์ภาคสนาม นายสเตฟาน ดูจาร์ริก (Stéphane Dujarric) โฆษกสหประชาชาติ ระบุว่าด่านเคเรม ชาลอมยังเปิดอยู่ แต่ด่านอื่นๆ รวมถึงด่านราฟาห์ยังคงปิด ขณะที่หน่วยงาน UNOPS รายงานว่ารถบรรทุกน้ำมันเปล่าถูกโจมตีจากทางทะเลแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนในเลบานอน กองกำลังรักษาสันติภาพ UNIFIL รายงานการรุกล้ำพื้นที่ทางบกของกองกำลังอิสราเอล 3 ครั้ง ในพื้นที่ภาคใต้และตะวันออก

ด้าน นางราวินา ชัมดาซานี (Ravina Shamdasani) โฆษกสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เตือนว่าคำสั่งอพยพขนาดใหญ่ของอิสราเอลที่ครอบคลุมเมืองและหมู่บ้านมากกว่า 100 แห่งในพื้นที่เลบานอน อาจขัดต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ปิดท้ายด้วยท่าทีทางการทูตจาก นายอาเมียร์ อิราวานี (Amir Iravani) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 มีนาคมระบุว่า "อิหร่านไม่แสวงหาสงคราม ไม่แสวงหาการยกระดับความรุนแรง แต่อิหร่านจะไม่ยอมสละอำนาจอธิปไตยของตน"

ขณะที่ นายทอม เฟลทเชอร์ (Tom Fletcher) หัวหน้าฝ่ายบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินของสหประชาชาติ (OCHA) เตือนว่าโลกกำลังเผชิญกับ "ภัยอันตรายร้ายแรง" โดยชี้ว่า ในขณะที่งบประมาณช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถูกตัดลดลง แต่มีการใช้จ่ายเงินมหาศาลสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อวันไปกับการทำสงครามและการทำลายล้าง และการปิดเส้นทางเดินเรือจะส่งผลต่อราคาอาหารทั่วโลก

• ข้อมูลและภาพประกอบจาก: UN News