คนโลกสวย/ ทวี สุรฤทธิกุล
สงครามรัสเซียยูเครนเข้ามาปีที่ 4 แล้ว สงครามอิสราเองกับโลกอาหรับก็ประทุเป็นพัก ๆ มากว่าครึ่งศตวรรษ นี่ก็ชวนสหรัฐมารุมบอมบ์อิหร่านอีกแล้ว สงครามบนโลกนี้คงไม่ได้สงบลงง่าย ๆ เพราะเป็น “ข่าวร้ายที่ดีที่สุด” สำหรับหล่อเลี้ยงสื่อต่างๆ นั้นต่อไป
หลายคนคงจะพอจำได้ว่า เมื่อต้นปี 2565 สงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้เริ่มขึ้น แต่โชคร้าย(ของผู้เสพข่าว)ที่มาเกิดในช่วงที่กระแสสื่อโซเชียลกำลังโหมกระพืออย่างรุนแรง ทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต ล้วนแต่ถูก “พายุข่าว” เกี่ยวกับสงครามครั้งนั้น พัดไปพัดมาอย่างรุนแรงจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้นจนถึงขั้นยืนไม่อยู่ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ข่าวสงครามของสองชาตินี้ “กระแทกตา ตบหัว อัดหู และชกหน้า” จนระบมไปทุกอวัยวะนั้น
ที่น่ารำคาญก็คือบรรดา “สื่อกรูเอง” (น่าจะใช้แทนสื่อส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่แข่งกับสื่อมวลชน) ที่พยายามจะเสนอข่าวอย่างรวดเร็วฉับไว จนดูมั่วไปหมด โดยเฉพาะที่พยายามจะ “ตีไข่ใส่สีปรุงรส” กันอย่างเต็มฝีมือ เพื่อให้ “ข่าวของกรู” นั้นน่าสนใจ บางทีก็ทำเอาสนุก ๆ แบบ “กรูรู้เร็ว กรูรู้ดี” มีมุกอะไรก็ใส่เข้าไปให้น่าอ่าน ร่วมถึงพวกที่อยากได้ “ยอดไลก์ ยอดแชร์ และผู้ติดตาม” ด้วยคิดว่าจะสร้างตัวคนให้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีในการขายข่าวสารออนไลน์นี้ได้ต่อไป
นั่นก็ยังแย่ไม่เท่าไหร่ แต่ที่แย่มาก ๆ ก็คือพวกที่สร้างข่าวจาก ความโง่ ความไม่รู้ ความไม่สนใจจะสร้างความรู้ เพียงแต่รู้อะไรมา หรือคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ พวกนี้ก็ยังพอให้อภัย แต่ที่แย่ที่สุดถึงขั้นทุเรศที่สุดก็คือ พวกที่พยายามจะสร้างข่าวให้ดูดุเดือดรุนแรง โดยหาเหตุผลหรือเล่าเรื่องเชื่อมโยงแบบ “ปั้นและปั่นข่าว” คือมีเจตนาสร้างข่าวเท็จเพื่อประโยชน์ของตัวเอง โดยมองว่าถ้าทำให้สงครามนั้นมัน “ฉิบหายวายป่วง” ได้ก็ยิ่งดี(สำหรับคนที่สร้างข่าว แต่เลวสำหรับคนที่รับข่าว) โดยไม่รู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบ
ขอนำเรื่องราวของคนไทยที่ต้องรับทุกข์อย่างรุนแรงจากการนำเสนอข่าวที่ “เอามัน” แต่อย่างเดียวนั้น นั่นก็คือในปี 2566 ที่อิสราเอลบุกโจมตีพวกกลุ่มก่อการร้าย “ฮามาส” ในฉนวนกาซา เพื่อแย่งชิงตัวประกันหลายร้อยคน ในจำนวนนั้นมีคนไทยจำนวน 31 คน ที่สุดพวกฮามาสค่อย ๆ ปล่อยตัวประกันออกมาเป็นหลายระลอก โดยคนไทยได้รับการปล่อยตัวออกมา 28 คน เสียชีวิตในการถูกจับเป็นตัวประกัน 2 คน และสูญหายรอการพิสูจน์ทราบและค้นหาอีก 1 คน
คนไทยที่ถูกจับเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานไทยที่ไปทำงานด้านการเกษตรในอิสราเอล ส่วนมากเป็นคนจากภาคอีสาน เมื่อตอนที่ถูกฮามาสจับไปนั้น พวกสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อมวลชนและสื่อกรูเอง นอกจากจะนำเสนอข่าวตามที่สื่อมวลชนของต่างประเทศเขานำเสนออยู่ทั่วไปนั้นแล้ว หลายสื่อก็พยายาม “จินตนาการ” (ที่เรียกกันแบบมั่ว ๆ ว่า วิเคราะห์ข่าวบ้าง สืบค้นข่าวบ้าง) ว่าตัวประกันเหล่านี้น่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ตั้งแต่ถูกทรมานไปจนถึงถูกสังหาร บ้างก็ว่าทรมานแบบนั้นแบบนี้ รวมถึงการถูกสังหารที่มีการจินตนาการให้ “โหดสุด ๆ” โดยคิดว่าจะทำให้มีคนติดตามสื่อของตนมาก ๆ โดยไม่คิดว่าญาติพี่น้องของเขาจะรู้สึกอย่างไร
มีคนไทยคนหนึ่งที่ถูกปล่อยตัวมาแล้วสถานทูตไทยที่อิสราเอลได้ส่งตัวกลับไทย โดยมีญาติพี่น้องไปรับอย่างอบอุ่น สื่อมวลชนก็พยายามไปรุมถามว่าเขาได้รับความทุกข์ทรมานอะไรหรือไม่ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ตอบสื่อในวันนั้น แต่ได้ไปออกรายการของสื่อช่องหนึ่งในเวลาต่อมาแล้วบอกว่า ญาติพี่น้องของเขาทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเขาอีก เพราะต้องทนรับฟัง “ข่าวร้าย” จากสื่อต่าง ๆ อยู่หลายเดือน กว่าที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวออกมา บางสื่อบอกว่าเขาตายไปแล้วด้วยการถูกฆ่าอย่าโหดร้ายทารุณที่สุด ซึ่งญาติพี่น้องของเขาบางคนถึงกับช็อกไปตามข่าวนั้น ทั้งที่ความจริงการถูกคุมตัวก็อาจจะมีทุกข์และได้รับความทรมานบ้าง โดยเฉพาะความทรมานที่เกิดจากความที่กลัวว่าจะถูกฆ่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รวมถึงที่กลัวว่าญาติพี่น้องของเราจะทุกข์ทรมานไปด้วยแค่ไหน
มาดูเรื่องใกล้ ๆ ตัวเราในตอนนี้บ้าง คือการสู้รบที่ชายแดนของไทยกับกัมพูชา หลายท่านคงจะจำได้ว่า ก่อนที่จะมีการทำข้อตกลงกันก่อนสิ้นปี 2568 นั้น การสู้รบทำท่าว่าจะบานปลายไปน่ากลัวมาก สื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อมวลชนและสื่อกรูเองก็พยายามประโคมข่าวว่ามีการใช้อาวุธหนักต่าง ๆ สาดซัดยิงใส่กัน แต่เหตุการณ์ก็ไม่ลุกลามอะไรไปอีก หลายสื่อก็ไม่รู้จะเอาเรื่องร้าย ๆ อะไรมาทำมาหากิน บางสื่อจึงพยายาม “เล่นข่าว” เอาเรื่องสนุก ๆ เช่น การหาอะไรกิน “แปลก ๆ” ของทหารทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชามานำเสนอ กลายเป็นรายการ “สะเก็ดข่าว(สงคราม)” ไปก็มี
คนที่สนใจข่าวสงครามขอให้หาความรู้เพิ่มเติมสักหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่สับสนหรือ “ปวดหัว – กลุ้มใจ” กับความวุ่นวายต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวเรา โดยเฉพาะรูปแบบสงครามในยุคใหม่ เอาง่าย ๆ ไหน ๆ ทุกคนก็ต้องใช้มือถือและอินเทอร์เน็ตอยู่เป็นประจำ ลองเข้าไปค้นหาความรู้นั้น ๆ ในกูเกิลหรือเอไอต่าง ๆ ก็ได้
ผู้เขียนชอบใช้ ChatGPT จึงเปิดแอปตัวนี้แล้วตั้งคำถามเข้าไปว่า “สงครามที่อิหร่านในตอนนี้เป็นสงครามในรูปแบบใด จะรุนแรงลุกลามหรือไม่ และจะส่งผลกระทบอย่างไร คำตอบที่ได้ก็คือ “เป็นสงครามจำกัดขอบเขต สงครามตัวแทน และสงครามไฮบริด” พอถามต่อไปว่า “สงครามทั้งสามนี้คืออะไร” มันก็ตอบว่า “สงครามจำกัดขอบเขตคือใช้กำลังมากอยู่ในอาณาบริเวณหนึ่ง ๆ แต่มหาอำนาจยังระมัดระวังการประทะ, สงครามตัวแทนคือคู่สงครามเป็นตัวแทนของมหาอำนาจหรือมีมหาอำนาจคอยสนับสนุน, สงครามไฮบริดคือการทำสงครามทั้งการทหาร ผสมผสานกับสงครามเศรษฐกิจ สงครามข่าวสาร ที่รวมถึงสงครามไซเบอร์”
ทั้งนี้เจ้าเอไอตอบด้วยว่า จะไม่ลุกลาม แต่อาจจะมีการเจรจาเป็นรอบ ๆ มีการต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เพราะสงครามสมัยใหม่จะระมัดระวังไม่ให้เกิดความรุนแรงแบบที่เรียกว่า “หายนะ” เช่น การใช้อาวุธนิเคลียร์ หรือกองกำลังเต็มรูปแบบ อีกทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกาก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย (ที่ตอนนี้รัฐสภาสหรัฐเองก็เสนอคัดค้านการกระทำของทรัมป์ ที่ไปทำสงครามโดยไม่แจ้งขอมติจากรัฐสภา - ข่าวจากสื่อหลักเมื่อเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569) รวมถึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบอื่น ๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ที่อาจจะลุกลามเป็นปัญหาต่อไป
ผู้เขียนเกิดไม่ทันสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นสงครามใหญ่ที่ใกล้ตัวที่สุด แต่เคยได้ฟังจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่เกิดอยู่ในยุคนั้นว่า “น่ากลัวมาก” ตอนนั้นคนชอบฟังวิทยุแบบที่เครื่องใหญ่ ๆ ใช้ระบบหลอด มีราคาแพง คนที่มีวิทยุแบบนี้ต้องตั้งวางไว้กลางบ้านให้คนอื่นที่ผ่านไปมาเห็นชัด ๆ เวลาจะฟังอะไรก็เรียกกันมาฟังเยอะ ๆ เป็นที่สนุกสนานและแสดงความโก้หรู คุณตาของผู้เขียนบอกว่าตอนสงครามต้องไปฟังตามร้านกาแฟหรือในตลาด วันหนึ่งตลาดเงียบไปหมดเพราะร้านที่ไปฟังวิทยุด้วยกันของหลาย ๆ คนนั้นเกิดเสีย เลยรับฟังอะไรไม่ได้ ปรากฏว่าทุกคนมีความสุขสบายกันดี แต่พอวันต่อมาวิทยุซ่อมแล้ว พอทุกคนได้มาฟังข่าวก็เกิดความทุกข์กลุ้มอกกลุ้มใจไปทั่ว คุณตาเลยบอกว่า “อ๋อ เข้าวิทยุนี่เองที่ทำให้คนเป็นทุกข์ ปิดหรือไม่ฟังมันเสียก็ไม่ทุกข์”
วันนี้ถ้าเราอยากสงบจิตสงบใจ ก็เพียงแค่ไม่เล่นมือถือ ไม่เข้าอินเทอร์เน็ต ก็อาจจะทำให้เรามีความสุขความสบายใจมากขึ้น แต่ถ้าขาดมันไม่ได้ หรือจำเป็นต้องใช้ ก็เลือกใช้ คิดใช้ให้ถูกต้องตามสมควร
เมื่อวันที่หวยออก สักบ่ายสี่โมง ผู้เขียนเข้าตลาดไปหาซื้อผักและผลไม้ ได้ยินเสียงเฮดังลั่นเป็นทอด ๆ ไปทั้งตลาด ปรากฏว่าเป็นเสียงของแม่ค้าหลายคนที่ดีใจที่ถูกรางวัลเลขท้าย แต่พอตอนที่ประกาศรางวัลที่หนึ่งก็มีแต่เสียงฮือ ๆ เบา แล้วก็เงียบไปหมดทั้งตลาด
จิตใจเรานี่เองคือ “สวิตช์” ที่ดีที่สุด ที่จะรับหรือไม่รับอะไรเข้าตัวเรา อยากรับก็เปิดไว้ ไม่อยากรับก็ปิดเสีย ความทุกข์ความสุขก็อยู่ที่ “เปิดปิดที่จิตใจ” นี่แหละโยม !
#คนโลกสวย #ทวีสุรฤทธิกุล #สงครามโลก #ข่าวสงคราม #สื่อโซเชียล #ข่าวปลอม #สันติภาพ #มุมคิดชีวิต








