สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ศึกสามเส้า ระหว่าง สหรัฐฯ -อิสราเอล ที่จับมือกันถล่ม “อิหร่าน” เปิดฉากขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 จนถึง เวลานี้ ส่งผลกระทบขยายวงกว้างต่อทั่วทั้งโลก ไม่เว้นแม้แต่ “ไทย”
การรับมือโดยรัฐบาล ต้องเดินหน้าไปโดยครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และพลังงาน ก่อนหน้าที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ในส่วนของกระทรวงและงานด้านความมั่นคง เปิดวอร์รูมกันตั้งแต่เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา
ความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลไทย ต้องลุยงานข้างหน้า แม้จะอยู่ในฐานะ “รัฐบาลรักษาการณ์” แต่ด้วยกรอบอำนาจ ที่มีอยู่ตามกฎหมายให้ไว้ กับความจำเป็นเร่งด่วน จึงทำให้ทุกฝ่ายต่างหันมาให้น้ำหนักไปที่สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง แต่ทั่วโลกและไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แน่นอนว่า เวลานี้ เกมการต่อรองในทางการเมืองต่อการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่คล้ายกับว่า “ลงตัว” แต่อีกด้านหนึ่งกลับยัง ไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ พรรคภูมิใจไทย ฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยังไม่ส่งสัญญาณ สุดท้าย ว่าสมการ ครม.ใหม่ “อนุทิน 2/1” นั้นมีใครบ้าง
สำหรับ “พรรคกล้าธรรม” ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค จึงยังมีความหวัง เพราะดีล อาจจะยังไม่ปิด !
การบ้านเข้มข้น กว่า การเมืองและยังดูเหมือนว่า บนกระดานการเมืองครั้งนี้ ยังกระทบต่อ “พรรคประชาชน” โดยปริยาย เมื่อพรรคส้มกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากที่จะหา “ที่ยืน”
เมื่อพรรคต้องไปเล่นบท “ฝ่ายค้าน” ในสภาฯ แต่คงไม่ใช่เป็นไปในลักษณะ “เนื้อเดียว” กับ “พรรคประชาธิปัตย์” อย่าลืมว่าการกลับมาของพรรคสีฟ้า ในสนามครั้งนี้คือการโชว์ฝีมือ “ฝ่ายค้านมืออาชีพ” เพื่อที่จะก้าวกระโดดไปสู่การเลือกตั้งรอบหน้า
ขณะเดียวกันอย่าลืมว่า พรรคประชาชนเอง จะตกอยู่ในภาวะเช่นใด เมื่อคดี “44 อดีตสส.ก้าวไกล” ยังต้องรอลุ้นชะตา สส.ของพรรค หลังจากที่ได้กกต.ประกาศรับรองไปแล้ว หากคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ปรากฏออกมา ชี้ผลในทางลบแล้ว พรรคจะเหลือสส.หรือแกนนำคนใด ที่จะมานำทัพต่อ
สถานการณ์ของพรรคประชาชนนั้น สุ่มเสี่ยงและยากลำบากมากกว่าพรรคเพื่อไทย ในจังหวะที่ไม่มี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ อยู่นอกเรือนจำ และกลายเป็นพรรคต่ำร้อย
ความนิยมของพรรคประชาชน กำลังถูกทดสอบ ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และยังเป็น “ภาระ” ที่อยู่บนบ่า ของ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ที่เขาเองก็อาจไม่รอดจากคดี44 อดีตสส.ก้าวไกล
ยิ่งล่าสุด วาทกรรม “สมัยนี้ เขาไม่รบกันแล้ว” ซึ่ง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยพูดเอาไว้ด้วยความมั่นใจ กลายเป็นเรื่องย้อนแย้ง และขบขัน เพราะจากเหตุการณ์สู้รบที่ตะวันออกกลาง น่าจะตอบได้ดีว่า สิ่งที่พิธา พูดออกมานั้น ตรงข้ามกับสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ กำลังทำอย
คำพูดของพิธา สองครั้งสองคราว ทั้ง “มีทหาร เอาไว้ทำไม” และ “สมัยนี้ เขาไม่รบกันแล้ว” ด้านหนึ่งอาจเป็นเรื่องขบขัน ทำให้คนที่ไม่ชอบ ไม่อิน พรรคประชาชน พากัน “ขยี้ซ้ำ” และขณะเดียวกัน ยิ่งทำให้ภารกิจกอบกู้พรรค สำหรับ “ว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่” หรือแม้แต่คนปัจจุบันอย่าง เท้ง ณัฐพงษ์ ได้แต่กุมขมับ เพราะเวลานี้คนพูดไม่ได้อยู่ไทย เพื่อมาช่วยฟื้นพรรคเสียแล้ว







