ต่างฝ่าย ต่างอยู่ในความเงียบงัน ระหว่าง “พรรคภูมิใจไทย” กับ “พรรคกล้าธรรม” คล้ายกับว่าต่างใช้ความอดทน เป็นอาวุธ และเครื่องต่อรอง ทางการเมืองต่อกัน!!
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางกลับถึงไทยมาหลายวันแล้วแต่ไม่เข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงที่เป็นเหมือน “หัวใจ” ของพรรค ล่าสุดร.อ.ธรรมนัส ปรากฏตัวผ่านโลกโซเชียล ลงคลิปออกกำลังกายที่บ้านพัก
เจ้าของพรรคกล้าธรรม ทำเหมือนไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้ง หรือแสดงให้เห็นว่า “หวั่นไหว” แม้เวลานี้ จะมีข่าวว่า กระทรวงเกรด เอ แห่งนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้ยกให้กับ “พรรคเพื่อไทย” ไปแล้ว
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เอง ส่งสัญญาณว่าในวันประชุมพรรค ที่จ.บุรีรัมย์ 8 -9 มี.ค.นี้ จะมีการพูดคุยเคาะเก้าอี้ “รัฐมนตรี” กันชัดเจน ในส่วนของพรรคสีน้ำเงินเอง
อย่างไรก็ดี การดึงเวลาพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรี 35 เก้าอี้ เว้นเอาไว้ 1 ตำแหน่งสำหรับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะ “นายกฯ” หรือ “สร.1”กำลังส่งผลในเชิงจิตวิทยาการเมือง ตามมาทันที ไม่ว่า “พรรคอันดับ 1” อย่างภูมิใจไทย จะจงใจหรือไม่ก็ตาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงกดดันที่จะพุ่งเข้าใส่ พรรคกล้าธรรม ของร.อ.ธรรมนัส ที่เวลานี้กำลังเป็นฝ่าย “ตั้งรับ” มากกว่า “รุก” ตามสไตล์ “มวยบุก” อย่างผู้กองนัส
พรรคกล้าธรรม มีตัวเลข สส.อยู่ที่ 58 เสียง แต่ยังต้อง “ลุ้น” ว่าจะได้รับสัญญาณ ให้เข้าร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2/1” หรือไม่ กลายเป็นสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิด “งูเห่าสีเขียว” ตามมา หรือไม่ ?
ในความเป็นจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ ปัญหาความระส่ำระสายที่หลายคนจับตา ได้พุ่งเป้าไปที่พรรคเพื่อไทย ในวันที่ได้สส.ต่ำร้อย ถือเป็นความพ่ายแพ้ต่อพรรคเอง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่อพรรคเพื่อไทย ได้รับตั๋ว เข้าร่วมรัฐบาล ไปแล้ว ปัญหาดังกล่าว จึงลดลงไป
แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมแล้ว การเกาะกลุ่ม หลอมรวมภายในพรรคอาจแตกต่างออกไป เนื่องจากพรรคกล้าธรรม มีทั้งกลุ่มที่อยู่ในสังกัด ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง และ “กลุ่มการเมือง” ที่ผู้กองไปดึงมา
ทั้งกลุ่มเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้ากลุ่มประจาบคีรีขันธ์ และ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกจากพรรคพร้อม เดชอิศม์ ขาวทอง กลุ่มสงขลา ดังนั้นกลุ่มเฉลิมชัย กับเดชอิศม์ จึงตกเป็น “เป้าหมาย” หากจะมีการดึงให้ออกจากร.อ.ธรรมนัส
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดชื่อ “9 งูเห่าสีเขียว” ว่าพร้อมจะยกมือโหวตให้ อนุทิน เป็นนายกฯ แม้ พรรคกล้าธรรม จะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล
ต่อมา “สิรภพ สมผล” สส.สกลนคร เขต 1 พรรคกล้าธรรม ซึ่งมีชื่อติด 1 ใน9 งูเห่าสีเขียว ออกมาปฏิเสธ ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และจากนี้ไม่ว่ากล้าธรรม จะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน จะยังอยู่กับพรรคไม่ไปไหน
ปรากฏการณ์ งูเห่าสีเขียวที่เกิดขึ้นในจังหวะที่ “สัญญาณการเมือง” ว่าพรรคกล้าธรรม จะเดินหน้าต่อไปทางไหน ไม่ชัดเจน กำลังสั่นคลอน และเกิดเป็นเกม “กดดัน” ต่อตัวร.อ.ธรรมนัส อย่างรุนแรง
หรือหากพรรคกล้าธรรม จะได้เข้าร่วมรัฐบาลจริง “อำนาจต่อรอง” ทางการเมือง จะเหลือมากน้อยแค่ไหน เพราะขนาดเวลานี้ ร.อ.ธรรมนัส เองก็ “ถอย” แทบจะสุดซอย ก็ยังไม่เกิดสัญญาณเชิงบวก
มิหนำซ้ำ ล่าสุด เกมสกัด ทั้งพรรคกล้าธรรม และร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ถึง “ฉากจบ” !
เมื่อ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไปยื่นเรื่องต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งเรื่องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ว่าอนุทิน นายกฯฝ่าฝืนจริยธรรม อย่างร้ายแรง กรณีที่ “เคย” ตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นรมว.เกษตรฯ ครั้งที่ตั้ง “รัฐบาล อนุทิน 1” ตาม MOAที่ทำกับพรรคประชาชน
จากนั้น “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกฯ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า นายกฯอนุทิน ตั้งร.อ.ธรรมนัส นั้น “จบลงไปแล้ว” เมื่อครม.ชุดเดิมไม่มีแล้ว ส่วนครม. ณ เวลานี้รัฐบาลรักษาการ จนกว่าจะมี “รัฐบาลใหม่”
หมายความว่าสิ่งที่เคยเป็น ปัญหา คือเรื่องในอดีต ที่กำลังจะกลายเป็น การสกัดและกระตุกให้ พรรคภูมิใจไทยและ อนุทิน ต้องทบทวน ใคร่ครวญ ให้ดีถึงการตั้งใครเป็นรัฐมนตรี ในครม.ชุดใหม่ “อนุทิน 2/1” อย่าให้พลาด เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ได้
สถานการณ์ของร.อ.ธรรมนัส ณ เวลานี้ จึงอยู่ในสภาพที่คล้ายร่ำไห้ไม่ออก จะหัวเราะก็ไม่เต็มเสียง เพราะลำพังการไม่ได้รับสัญญาณให้ร่วมรัฐบาล จาก “บุรีรัมย์” ก็ยังยากอยู่แล้ว ยังมาเจอกับ “เกมสกัด” ด้วยการยกเอา บรรทัดฐานที่รัฐธรรมนูญ ได้วางบรรทัดฐานเอาไว้อีก !!








