จับตาปรากฏการณ์ "ล้างไพ่" ครั้งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อ "พรรคภูมิใจไทย" ภายใต้การนำของรัฐบาล "อนุทิน 2" เตรียมผงาดคุมบังเหียน 19 ที่นั่งใน 14 กระทรวงหลัก โดยงานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะมีการปรับยุทธศาสตร์การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีแบบรื้อกระดานใหม่ทั้งหมด สลัดภาพจำเดิมๆ ที่เคยใช้สัดส่วน สส. 10 ต่อ 1 รัฐมนตรีทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง
โดยหันมาใช้เกณฑ์ "ความจงรักภักดีและฝีมือ" เป็นตัวตั้ง โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจและทายาทบ้านใหญ่ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็น "เลือดสีน้ำเงินแท้" ไม่เคยทอดทิ้งพรรคไปไหน ซึ่งรายชื่อที่ถูกจับตามองอย่างหนักในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงที่จะเข้ามาขับเคลื่อนงานสภาและบริหารกระทรวง ประกอบด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, นางสุขสมรวย วันทนียกุล และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ซึ่งคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้คือฟันเฟืองสำคัญที่พรรคหมายมั่นปั้นมือให้เข้ามามีบทบาทตัดสินใจเชิงนโยบายระดับประเทศ
ในขณะที่ฟากฝั่งฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคภูมิใจไทยเตรียมส่งบิ๊กเนมคุมเกมสภา โดยตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมีแนวโน้มสดใสที่จะตกเป็นของ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ หลายสมัยผู้เก๋าเกม ส่วนเก้าอี้รองประธานสภาฯ มีชื่อของนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช, นายสนอง เทพอักษรณรงค์ และนายศุภชัย ใจสมุทร อยู่ในโผอย่างเหนียวแน่น
ทว่าประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการเมืองขณะนี้ คือกรณีที่พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจ "ตีกลับ" รายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย หลังจากมีการเปิดโผชื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ออกมา ซึ่งในส่วนนี้ไม่มีปัญหา
แต่พรรคภูมิใจไทยกลับแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงกับ 3 รายชื่อระดับบิ๊กอย่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง โดยยื่นเงื่อนไขสำคัญให้พรรคเพื่อไทยพิจารณาส่ง "คนรุ่นใหม่" เข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการบริหารงานยุคใหม่ที่เน้นความสดใหม่และคล่องตัว ถือเป็นการเดินเกมทางการเมืองที่ดุเดือดและท้าทายอำนาจต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
#การเมืองไทย #จัดตั้งรัฐบาล #อนุทิน2 #พรรคภูมิใจไทย #พรรคเพื่อไทย #โผครม #เลือดใหม่การเมือง #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวการเมืองล่าสุด








