เกมการเมืองดุเดือด ทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา จนล่วงเลยมาถึง ณ วันนี้ เข้าสู่โหมดของการ “จัดตั้งรัฐบาลใหม่” รหัส “อนุทิน 2” การส่งเทียบเชิญ จาก พรรคอันดับ 1 อย่าง “ภูมิใจไทย” ไปยังแต่ละพรรค ล้วนมีความแตกต่างและมีนัยยะ อย่างชัดเจน
พรรคกล้าธรรม จากมิตรเก่าที่เคย จับมือกับ “หัก” พรรคเพื่อไทย แต่มาวันนี้ พรรคกล้าธรรม ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาของพรรค กำลังกลายเป็น “คนอื่น” ในสายตา “เจ้าของพรรคสีน้ำเงิน” เพราะท่ามกลางข่าวลือ ข่าวลวงว่า พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้เลือกใคร เข้ามาร่วมรัฐบาล
ปรากฏว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพรรคสีน้ำเงิน แล้วจับมือถ่ายภาพร่วมกัน เป็นการประกาศผ่านสื่อว่า ครม. “อนุทิน 2” มีพรรคเพื่อไทยร่วมด้วย
ล่าสุด มีรายงานที่ตอกย้ำให้เห็นแล้วว่า พรรคเพื่อไทย ได้รับโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ไป 5 กระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังนั่งเป็น “รมว.เกษตรฯ” มีชื่อ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” 1 ใน แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรี คนใหม่แล้ว
เท่ากับว่า พรรคภูมิใจไทย ยึดเอากระทรวงหลักของพรรคกล้าธรรม แล้วมายกให้กับพรรคเพื่อไทย ทั้งที่เคยเป็นศัตรูทางการเมืองกันมาก่อน เสียอย่างนั้น
แต่ที่น่าสนใจในบรรดารายชื่อ “ว่าที่รัฐมนตรี” ของพรรคเพื่อไทย ที่วางกันเอาไว้แล้ว 5 คน นั้นยังมีนัยยะทางการเมือง ภายในพรรคเพื่อไทยเองอีกด้วย
สำหรับ 5 กระทรวงที่พรรคเพื่อไทย จะได้รับ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ,กระทรวงศึกษาธิการ ,กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
โดยสุริยะ นั่งรองนายกฯควบรมว.เกษตรฯ ,ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นั่งรมว.อว. ,จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะเป็นรมว.ศึกษาฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรมว.แรงงาน และประเสริฐ จันทรรวงทอง จะเป็นรมว.พม.
ชื่อที่ติดโผและเป็นที่รับรู้ของคนในพรรคเพื่อไทย คือ สุริยะ นั่งรมว.เกษตรฯ และสมศักดิ์ ได้เก้าอี้รัฐมนตรี แรงงาน กำลังสะท้อนให้เห็นว่า “กลุ่ม ส.” นั้นมีพาวเวอร์ มากแค่ไหน และล่าสุด “อนุชา นาคาศัย” ได้กลับเข้าสภาฯ หลังชนะเลือกตั้งสส.ชัยนาท จึงทำให้กลุ่มสมศักดิ์ และสุริยะ กลับมารวมกัน ครบทีม !
สส.ในพรรคเพื่อไทย บางส่วนยอมรับว่า ต้องให้ตำแหน่งสุริยะ และสมศักดิ์ ในฐานะที่ “ดูแล” การเลือกตั้ง ครั้งล่าสุด โดยเฉพาะสุริยะ มีดีกรีเป็นถึง " ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย" ซึ่งว่ากันว่าตำแหน่งนี้ “สำคัญ” มากกว่าการเป็นแคนดิเดตนายกฯด้วยซ้ำ
เพราะเป็น “กำลังหลัก” ในการขับเคลื่อนการเลือกตั้งให้กับพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์" แม่ของ ยศชนัน ที่ต้องทุ่มสรรพกำลังเพื่อสนับสนุน ลูกชาย ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เบอร์1
พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ แม้จะกลายเป็นพรรคต่ำ 100 มีสส.เข้าสภาฯ รวมทั้งสิ้น อยู่ที่ 70กว่าเสียง แต่ประเด็นเหล่านี้ อาจไม่ใช่โจทย์สำหรับ กลุ่มส.ทั้งสุริยะ และสมศักดิ์ เพราะในส่วนที่เขารับผิดชอบนั้น ถือสัมฤทธิ์ผล
ซึ่งแน่นอนว่า การได้เก้าอี้รัฐมนตรี ของสุริยะ และสมศักดิ์ คือคำตอบ และยังย้ำให้เห็นว่า ทั้ง ส.สมศักดิ์ และ ส.สุริยะ เขาไม่เคยพลาดจากการเป็น “รัฐมนตรี” เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะต้องเดินทางตรง หรือเดินทางอ้อม สุดท้าย ทั้ง 2 ส.จะได้วนกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล ทุกรอบไป !!







