จากสถานการณ์การเมืองล่าสุดหลังการเลือกตั้งปี 2569 “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกพรรค ทั้งทุบ ทั้งต้อน “พรรคกล้าธรรม” ของ ร.อ.ธรรมนัส ยอมถอยจนสุดซอย หมอบไพ่ทุกใบ จนเริ่มออกอาการฮึดฮัด พร้อมจะสวนหมัด ถ้าภูมิใจไทยยังแทงกั๊กไม่ชัดเจน
ส่วนภูมิใจไทยก็ยังคงสงวนท่าที ซึ่งอาจกำลังชั่งน้ำหนักทางการเมืองอย่างละเอียดยิบ ทำให้เดาทาง “ครูใหญ่” ไม่ออกว่า สุดท้ายแล้วต้องการให้หน้าตาของ ครม. อนุทิน 2 ออกมาเป็นเช่นไร ?
ซึ่งจากสถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ทำให้ความน่าจะเป็นของรัฐบาลใหม่ มี 3 ฉากทัศน์ ดังนี้
สูตรที่ 1: น้ำเงิน แดง แรงฤทธิ์ (ความน่าจะเป็น 50%)
พรรคร่วม: ภูมิใจไทย (193) + เพื่อไทย (74) + พรรคเล็ก (24) = 291 เสียง
นี่คือสูตรที่มีความเป็นไปได้สูงสุดและมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากที่สุด ตัวเลข 291 เสียง ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ ในระดับที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพ
ข้อดี: การแบ่งโควตากระทรวงเกรดเอและเกรดบีสามารถทำได้เบ็ดเสร็จระหว่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย โดยใช้กระทรวงเกรด C หรือตำแหน่ง รมช. ในการบริหารจัดการพรรคเล็ก ทำให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานได้อย่างรวดเร็ว
ข้อเสีย: พรรคเพื่อไทยจะกลายเป็น "ข้อต่อสำคัญ" ในรัฐบาลชุดนี้ หากพรรคเพื่อไทยเกิดความขัดแย้งและถอนตัวเมื่อใด รัฐบาลจะเหลือเพียง 217 เสียง และกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทันที ภูมิใจไทยจึงต้องระมัดระวังในการรักษาสมดุลกับเพื่อไทยตลอดเวลา
สูตรนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เปรียบที่สุด
สูตรที่ 2: น้ำเงิน แดง เขียว (ความน่าจะเป็น 40%)
พรรคร่วม: ภูมิใจไทย (193) + เพื่อไทย (74) + กล้าธรรม (58) + พรรคเล็ก (24) = 349 เสียง
แม้โอกาสจะน้อยกว่าสูตรแรก แต่ตัวเลข 349 เสียงคือ "เสียงข้างมากเด็ดขาด" ที่แทบจะปิดประตูสำหรับการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ข้อดี: เป็นยุทธศาสตร์ "คานอำนาจ" ที่สมบูรณ์แบบสำหรับภูมิใจไทย การมีพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมด้วย จะทำให้อำนาจต่อรองของเพื่อไทยลดลงฮวบฮาบ เพราะต่อให้เพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็ยังมีเสียงถึง 275 เสียง ซึ่งยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้
ข้อเสีย: จำนวน สส. ที่มากถึง 349 คน หมายถึงต้นทุนทางการเมืองที่มหาศาล แม้กล้าธรรมจะบอกว่ายอมทุกเงื่อนไข แต่ในทางปฏิบัติ การดูแล สส. 58 ชีวิตให้มีเอกภาพโดยไม่มีกระทรวงหลักให้บริหารเลย เป็นเรื่องที่ผิดธรรมชาติทางการเมือง และอาจกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่สร้างแรงกระเพื่อมจากภายในได้ในอนาคต
สูตรนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้เปรียบที่สุด
ฉากทัศน์สูตรที่ 3: น้ำเงิน แดง ฟ้า (ความน่าจะเป็น 10%)
พรรคร่วม: ภูมิใจไทย (193) + เพื่อไทย (74) + ประชาธิปัตย์ (22) + พรรคเล็ก (24) = 313 เสียง
สูตรนี้เป็นการจัดสูตรฯ ที่ทำให้หน้าตารัฐบาลดูดีที่สุดจากทั้ง 3 สูตร เพราะการไม่มี “กล้าธรรม” แต่มี “ประชาธิปัตย์” จะเป็นสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ได้ใจกลุ่มอนุรักษ์นิยมเป็นอย่างมาก
ข้อดี: ตัวเลข 313 เสียงถือว่ามีเสถียรภาพแข็งแกร่ง ภาพลักษณ์ของรัฐบาลจะได้รับการยอมรับจากกลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มอนุรักษ์นิยมมากขึ้น การบริหารจัดการโควตารัฐมนตรีให้ประชาธิปัตย์ (22 เสียง) ก็ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการดึงกล้าธรรม (58 เสียง) เข้าร่วมรัฐบาล
ข้อเสีย: จุดอ่อนยังคงเหมือนกับสูตรที่ 1 คือไม่สามารถสลัดอำนาจต่อรองของพรรคเพื่อไทยทิ้งไปได้ หากเพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็เสี่ยงล่ม (เหลือ 239 เสียง) อีกทั้งเคมีทางการเมืองระหว่างเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ ในยุคที่ “อภิสิทธิ์” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค อาจต้องใช้เวลาปรับจูนให้เข้ากัน
สูตรนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เปรียบที่สุด แต่ไม่มากเท่าสูตรที่ 1
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม








