การเมืองไทยเข้มข้น สุดจะบรรยาย เมื่อ “พรรคภูมิใจไทย” กำลังเดินหน้า จัดตั้งรัฐบาล ในฐานะพรรคอันดับ 1
แต่ดูเหมือนว่า พรรคสีน้ำเงินเองต้องทำงานแข่งกับเวลา และต้องลุ้นว่า ปัญหาจากบบัตรเลือกตั้ง ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด บนบัตรนั้นจนมีกลุ่มบุคคล แห่ไปร้องที่กกต.และศาลปกครอง เพื่อให้ชี้ว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่1 ก.พ.และวันที่ 8 ก.พ.69 เป็นโมฆะ
เท่ากับว่าภาพความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังดำเนินไปในเวลานี้ จีงดู “สวนทาง” และ สู้กันอย่างหนัก
“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เอง ยังทำหน้าที่ “ผู้ประสาน” ทุกทิศ เพื่อดึงพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล โดยรอบนี้ อนุทินและพรรคสีน้ำเงินหวังที่จะ “อยู่ยาว” ให้ครบเทอม 4ปีตามอายุรัฐบาลให้ได้ ดังนั้น ปัจจัยเรื่องการเป็น “รัฐบาลเสียงข้างมาก”จึงเป็นเรื่องจำเป็น
รวมถึงการได้ “มือดี” กลุ่มเทคโนแครต มาเป็น “ตัวหลัก” ในการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งปัญหาปากท้อง และความมั่นคงโดยเฉพาะชายแดนไทย -กัมพูชา ที่ยังระอุ
วันนี้การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ในครม. ต้องยอมรับว่าไม่สามารถใช้สูตรสส. มาคิดคำนวณ ได้ทั้ง 35 เก้าอี้ เว้น 1 ที่นั่งคือ “สร.1”
เพราะ พรรคภูมิใจไทย ต้อง “กัน” เอาไว้ให้ “คนนอก” ที่จะมีดึงเข้ามาเสริมทีมรัฐบาลนายกฯอนุทิน
อย่างไรก็ดีจนถึง เวลานี้แม้ พรรคกล้าธรรม จะส่งสัญญาณ “ถอย” ยอมปล่อย “กระทรวงเกษตรฯ” แล้วก็ตาม รวมทั้งในส่วนของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เอง อาจจะต้องยอมเสียสละไม่นั่งเป็นรัฐมนตรี ในครม.เพื่อสดความเสี่ยงให้กับ นายกฯอนุทิน
เช่นเดียวกับ การจับตาไปที่ ท่าทีของ “พรรคเพื่อไทย” ที่มี “74 สส.” ในมือ ที่ได้เข้าไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อแสดงจุดยืน “หนุน” ให้อนุทิน นั่งนายกฯ ต่อมา “ไชยชนก ชิดชอบ” ในเลขาธิการพรรค ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย นั้นมาเอง โดยที่ยังไม่ได้มีการ “ส่งเทียบเชิญ”
จึงทำให้เกิดภาพที่บ่งชี้ว่า พรรคเพื่อไทย กำลังตีไพ่ “หมอบ” ด้วยการขอเข้าร่วมขบวน เองหรือไม่ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่แทบไม่มีอะไร “เอื้อ” ที่จะทำให้ เกิดอำนาจต่อรอง
แต่ถึงกระนั้น ทั้งท่าทีของพรรคกล้าธรรม ที่มีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ถอยจนแทบ “สุดซอย” ส่วน พรรคเพื่อไทย เองนาทีนี้ หากได้เข้าร่วมรัฐบาล ถือว่า “ได้ประโยชน์” มากกว่าที่จะต้องไปเป็น “ฝ่ายค้าน” ในสภาฯ อย่างแน่นอน
แต่เมื่อเกมการตั้งรัฐบาลผสม ยังไม่ได้จบลง วันนี้ พรุ่งนี้ “การต่อรอง” จึงยังมีอยู่ จนนาทีสุดท้าย เพราะอย่าลืมว่า ไชยชนก ลูกชาย “ครูใหญ่เนวิน” ย้ำว่า การพูดคุยกับแต่ละพรรคการเมือง จะมีขึ้นตามลำดับ และ “เปิดโอกาส” กับ “ทุกพรรค”
“พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เชิญใครมาร่วมรัฐบาล แต่ประกาศพร้อมพูดคุยกับทุกพรรคที่มีเจตจำนงเข้าร่วมรัฐบาล” ไชยชนก ย้ำเมื่อวันที่ 16 ก.พ.69
น่าสนใจว่า เบื้องหน้าที่เห็น พรรคกล้าธรรมกับพรรคเพื่อไทย อยู่ในอาการสงบเหมือนกับ “ถอยให้” ไม่มีการยื่นเงื่อนไขต่อพรรคอันดับ 1 นั้น แท้จริงแล้ว ยัง “เกม” ที่เตรียมเอาต่อรอง เมื่อแน่ใจแล้วว่า สมการรัฐบาลใหม่ จะมีใครบ้าง ?








