ผู้การวิศรุฒน์
เช็คลิสต์ เก้าอี้ กลาโหม อนุทิน มาเดี่ยว ควบ กห.จับตา “แม่ทัพกุ้ง-บิ๊กตี๋-บิ๊กเล็ก-บิ๊กดุลย์-บิ๊กไก่-บิ๊กวิน“ ใคร รมช.กห หรือ อาจไม่ตั้ง
นาทีนี้ มีแนวโน้มความเป็นไปได้สูงว่า ในรัฐบาลใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 จะควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม ด้วยตนเอง
โดยจะเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 5 ที่เป็นพลเรือน แล้วควบกลาโหม ต่อจาก นายชวน หลีกภัย นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และก่อนหน้านี้ นายสุทิน คลังแสง เป็น รมว.กลาโหม พลเรือน คนแรก ที่ไม่ได้เป็นนายกฯ
ทั้งนี้ ด้วยเพราะ ผลการเลือกตั้ง ที่พรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกตั้งเข้ามามากถึง 193 สส. และส่วนใหญ่เป็นเพราะกระแสรักชาติ และการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ผ่านมา ที่ต้องการให้นายอนุทิน มาจัดการกัมพูชา ให้เด็ดขาด
ดังนั้นนายอนุทิน จึงอาจต้องควบเก้าอี้ กลาโหมเองเพื่อคุมความมั่นคงด้วยตนเองเบ็ดเสร็จ แม้ว่าจะเป็นพลเรือน แต่ นายอนุทิน ก็ศึกษางานด้านความมั่นคง จากประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน
อีกทั้งในห้วงที่เป็นนายกรัฐมนตรีกว่า4 เดือน ได้รับรู้รับทราบปัญหาด้านความมั่นคงในภาพรวม และการแก้ปัญหาด้านต่างๆ โดยเฉพาะการสู้รบกับกัมพูชาที่ นายอนุทิน แสดงบทบาทหลักในการเป็นผู้สนับสนุนกองทัพในการจัดการกับกัมพูชาอย่างเด็ดขาด
ดังนั้นระหว่าง นายอนุทิน กับผู้นำกองทัพจึงไม่มีปัญหา โดยเฉพาะกับ “บิ๊กหยอย” พล.อ.กฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่นาย อนุทิน ปรึกษาหารือเชิญพบเรียกประชุมบ่อยครั้ง
แม้แต่กับ “บิ๊กปู” พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ที่ นายอนุทิน ก็ต่อสาย หรือพบหารือบ่อยๆ อีกทั้งที่ผ่านมา นายอนุทิน อนุมัติทุกอย่างที่กองทัพขอมา เพราะกับ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม รักษาการ ก็ดูจะเคยมีปัญหากับบิ๊กๆ ในกองทัพ อยู่บ้าง ด้วยความเป็นทหารเก่า เป็นรุ่นพี่ จึงอาจจะกล้าค้าน กล้าเตือน แต่ทว่า นายอนุทิน เป็น พลเรือน และตามใจทหาร เพราะเหตุที่ กองทัพ มีคะแนนนิยมสูง ในห้วงการสู้รบกับกัมพูชา จึงไม่ขัดแย้งกับทหาร
ดังนั้น เมื่อมีข่าวว่า นายอนุทิน จะควบ รมว.กลาโหม เอง จึงไม่มีกระแสต่อต้าน หาก แต่อยู่ที่ตัวนายอนุทิน จะสามารถ บริหารจัดการโควตาเก้าอี้ ในพรรคภูมิใจไทย และ ในพรรคร่วมรัฐบาล ได้ลงตัวหรือไม่
เพราะ พรรคภูมิใจไทยต้องเสียโควตาเก้าอี้ให้รัฐมนตรีคนนอกหลายคน เช่นนาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
หากนายอนุทิน ควบ รมว.กลาโหม ก็จะประหยัดเก้าอี้ รมต.คนนอก ไปได้1 และหาก เก้าอี้ ไม่พอ อาจจะไม่มีการตั้ง รมช.กลาโหม ก็เป็นได้ แต่จะตั้งเป็น ผช.รมต. เลขาฯรมต. และทีมที่ปรึกษา รมว.กลาโหม แทน ได้
แต่หาก พอมีโควตาคนนอกเหลือ นายอนุทิน ที่หากควบ รมว.กลาโหม ก็อยากมี รมช.กลาโหม มาดูแลงานกลาโหม ให้
หากสำรวจรายชื่อ แคนดิเดท รมช.กลาโหม แล้ว จะพบว่า มีหลายคน เช่น “แม่ทัพกุ้ง” พล.อ.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาค2 ที้ยังคงป้อปปูล่า แต่ประกาศตัว ไว้แล้วว่า จะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง อีกทั้ง เป็น นายทหารราชองครักษ์ฯ แล้ว
ดังนั้น “บิ๊กดุล” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ อดีตแม่ทัพภาค2 และเป็นเพื่อน เตรียมทหาร 26 ของ ทั้ง พล.อ.บุญสิน และ พล.อ.พนา และ “บิ๊กคิม” พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ที่จะง่ายในเรื่องการประสานงาน
แม้ตลอดการเป็น รมช.กลาโหม ของ พล.ท.โท อดุลย์ จะไม่โดดเด่นมากนัก แต่เขาก็เป็น สายตรงบุรีรัมย์ เป็นที่ไว้วางใจ
ขณะที่ “บิ๊กวิน” พล.ร.อ.สุวิน แจ้ฝยอดสุข อดีต รองผบ.ทร. เพื่อนรัก อัสสัมชัญ บางรัก และ วปอ.61 ก็อยู่ในลิสต์ ที่หากไม่ได้เป็น รมต. ก็อาจจะเป็น เลขานุการ รมว.ปลาโหม ดูแล งานกลาโหม ให้
ขณะที่ “บิ๊กตี๋” พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ที่นำพรรคไปแสดงตนที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมร่วมรัฐบาล จนถูกจับตามองว่า อาจได้เป็น รมช กลาโหม เพราะกระแส และคะแนนนิยมดี แต่ทว่า ในการรับตำแหน่ง รมต. อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับนัก เพราะไม่ค่อยผ่านตำแหน่งสำคัญ ในสายคอมแมนด์ มา เคยเป็น แค่ ผอ.ททบ.5 เท่านั้น และถูกแรงกดดัน ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ย้ายออกจากตำแหน่ง
นอกจากนี้นายทหารที่สนิทสนมกับ นายอนุทิน มานาน อย่าง “บิ๊กไก่” พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาฯสมช. แกนนำ ตท.22 รุ่นเดียวกับ พล.อ.รังษี ก็ยังลุ้นอยู่
ส่วน พล.อ.ณัฐพล ที่แม้ว่า ก่อนหน้าเลือกตั้ง จะมีข่าวในกลาโหม ว่า พล.อ.ณัฐพล จะคัมแบ็ก กลาโหม นั้น ก็แผ่วลง เมื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้มากถึง 193 สส. มีอำนาจการต่อรองสูง จนไม่ต้องเกรงใจ บิ๊กทหาร ที่แบ็กอัพ พล.อ.ณัฐพล อยู่ อีกต่อไป
ดังนั้น จึงต้องรอดูว่า โควตา คนนอก จะเหลือให้ สำหรับ รมช.กลาโหม หรือไม่
อย่างไรก็ตาม มีโอกาสน้อยมากที่พรรคภูมิใจไทยจะยกโควตากลาโหมนี้ ให้พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเพื่อไทย โดยมีชื่อแคนดิเดตทั้ง “บิ๊กอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งเคยเป็นรมว.กลาโหม มาแล้ว หรือแม้แต่นายสุทิน คลังแสง ซึ่งเคยเป็น รมว.กลาโหมพลเรือน ก็ตาม
เพราะปัจจัยเรื่องกัมพูชาเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้นายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีทางยกเก้าอี้กลาโหมให้กับพรรคเพื่อไทย ที่ถูกจับตามองอย่างไม่ไว้วางใจในเรื่องท่าทีกับกัมพูชา
ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งพรรคกล้าธรรม ก็ยิ่งมีโอกาสน้อย สเต็ปแรกคือ จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ และสเต็ปต่อไป หากได้เก้าอี้กลาโหม ก็จะถูกคัดค้านจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและฝ่ายกองทัพ เช่นครั้งที่ผ่านมา
แต่ก็ต้องรอดูอีกปัจจัยสำคัญคือ ต้องหาตัว รมว.มหาดไทย ที่เหมาะสม ได้ด้วย นายอนุทิน จึงจะคาย เก้าอี้ มท1 ไปนั่งเก้าอี้ สนามไชย1 แทน
เพราะหากนายอนุทินไปกลาโหมคาดการณ์ว่าเก้าอี้รมว. มหาดไทยตกเป็นโควตาของ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีของพรรคภูมิใจไทยและเป็นครูใหญ่ พี่ใหญ่ที่เคารพของนายอนุทิน
และอาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในกระทรวงมหาดไทยที่เดิมนายอนุทินยังคุมเกมและถ่วงดุลภายในได้เป็นอย่างดีระหว่างสัดส่วนของสาย นายเนวิน กับ สัดส่วนอื่นๆแม้จะมีบางตำแหน่งในกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อาจมีการวัดกำลังภายในกันเกิดขึ้นบ้างก็ตาม
มีการจับตามองไปที่นักการเมืองในสายบุรีรัมย์เช่น นายโสภณ ซารัมย์ หรือนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่เป็น รมช.มหาดไทย มาหลายสมัย รวมทั้งมีชื่อของ นายพิพัฒน์ รัชชกิจประการ เป็นแคนดิเดทด้วย
ดังนั้นจึงมีโอกาสอย่างยิ่งที่นายอนุทิน จะควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม ให้เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล ชาญวีรกูล และเป็นความชื่นชอบส่วนตัวของนายอนุทิน เอง ที่ ชอบความเป็นทหารและกองทัพ ประกอบกับมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องโครงสร้างกองทัพอำนาจกองทัพและงานความมั่นคงมากขึ้น ในห้วงของการเป็น รมว มหาดไทย ที่ได้ทำงานกับฝ่าย และโดยเฉพาะในห้วงกว่า 4 เดือนที่เป็นนายกรัฐมนตรีและต้องรักษาการอีกหลายเดือน
ท้ายที่สุด การแก้ไขปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะปัญหาชายแดนกับกัมพูชา จึงเป็นเรื่องที่จับตามองอย่างยิ่งเพราะนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย ได้มาเป็นรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยเสียงที่ท่วมท้น ปัจจัยสำคัญคือ เพราะประชาชนต้องการให้มาจัดการเด็ดขาดกับกัมพูชา ที่ต้องรอดูว่านายอนุทินจะสามารถรักษาคะแนนนิยมในส่วนนี้ไว้ได้ตลอดรอด ฝั่งหรือไม่








