เมื่อการเลือกตั้งจบลงแล้ว การเข้าสู่โหมดของการตั้งรัฐบาลใหม่คือความท้าทายใหม่ สำหรับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
เนื่องจากโฉมหน้าของรัฐบาลใหม่ จะต้องคำนึงถึง “โจทย์ใหญ่” นั่นคือจะสามารถเรียกความเชื่อมั่น สร้างภาพลักษณ์ต่อประชาชนทั้งในและต่างประเทศได้มากน้อยแค่ไหน แน่นอนว่าเงื่อนไขประเด็นนี้ต้อง “เหนือกว่า” การดึงหลากหลายพรรคการเมือง เพื่อยึดเอา “ปริมาณ” ตัวเลขสส. ให้กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเท่านั้น
วันนี้ ไฮไลท์การเมืองที่เกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่อาจผ่านการเจรจา “ดีลพิเศษ” กันมาแล้วตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งหรือไม่ว่า ที่สุดแล้ว “พรรคเพื่อไทย” กับ พรรคภูมิใจไทย จะต้องมากลับมาทำงานร่วมกัน
โดยมีไฟเขียวจาก “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ พรรคเพื่อไทยมาแล้ว ดังนั้น สมการการเมืองวันนี้ จึงออกมาเป็น “74 สส.” ของพรคเพื่อไทย บวกกับ 193 สส.ของพรรคภูมิใจไทย พ่วงด้วย “พรรคเล็ก” ที่เปิดตัวล่วงหน้าไปแล้ว 3 พรรค คือพรรคเศรษฐกิจ , พรรคใหม่ และพรรคประชาธิปไตยใหม่
ขณะที่มีภาพชื่นมื่นระหว่าง “อนุทิน” กับยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของเพื่อไทยวันนี้ ปรากฏว่า “ตัวละครสำคัญ” คือ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กำลังถูกจับตาว่า แล้ว “58 เสียง” ของพรรคสีเขียว จะได้รับเทียบเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่
การตั้งข้อสังเกตประเด็นดังกล่าวพุ่งตรงไปที่ร.อ.ธรรมนัส มาตั้งแต่แรก แล้ว ทั้งที่เคยมีการประเมินกันว่าถึงอย่างไร พรรคภูมิใจไทยก็คงไม่ทิ้ง พรรคกล้าธรรม ให้ไปเป็นพรรคฝ่ายค้านแน่นอน
แต่ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่ง กลับมีการตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยเพิ่งประกาศตั้งรัฐบาล “สีธงชาติ” และรัฐบาลชุดนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องสีเทา !
และยิ่งเมื่อนำตัวเลขสส. มาคิดคำนวณ แล้ว จะเห็นว่าตัวเลข รัฐบาลแล้ว ต้องถือว่ามีจำนวนไม่น้อย แต่อย่างไรก็ดี เมื่อการเมืองยังอยู่ในระหว่างของการ “เปิดดีล” การเจรจาต่อรองใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น หรือปิดตายเสียทีเดียว
ร.อ.ธรรมนัส เองไม่ออกอาการหวั่นไหว หลังจากที่เห็น พรรคภูมิใจไทยแถลงเปิดตัว 3 พรรคเข้าร่วมรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ แถมยังทิ้งท้ายด้วยว่า คนอย่างเขาเอง “มีสเต็ปการเมือง ไม่ธรรมดา !!”
“ สมการทางการเมือง ณ ขณะนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอนในการที่จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล และไม่กังวลการคำนวนสูตรจัดตั้งรัฐบาลธงชาติไทยน้ำเงิน ขาว แดง เพราะอาจจะเป็นสีอื่นก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน” ร.อ.ธรรมนัส ทิ้งท้ายเอาไว้
58 เสียงของพรรคกล้าธรรม และยังอาจบวกเพิ่มขึ้น ตามที่ร.อ.ธรรมนัส ได้ประกาศเอาไว้ แต่อย่าลืมว่า การตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้งที่ต่างสี ต่างฟาดฟันมาแล้วยอม “สงบ” เช่นนี้ ย่อมมีนัยยะ ที่มากไปกว่า “ตัวเลข” ที่จะค้ำรัฐบาลผสม หรือไม่








