ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งความรักในเทศกาลวาเลนไทน์ปี 2569 นี้ สิ่งที่เบ่งบานเคียงคู่ไปกับหัวใจของเหล่าคู่รักกลับเป็น “กราฟราคาดอกกุหลาบ” ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างน่าจับตา
โดยจากการสำรวจสถานการณ์ตลาดไม้ดอกล่าสุด พบว่า “ดอกกุหลาบสด” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันดับหนึ่งของเทศกาล มีการปรับราคาขายปลีกสูงขึ้นถึง 2-5 เท่าตัว โดยเฉพาะในเกรดดอกสวยพิเศษที่ราคาอาจขยับไปแตะระดับดอกละ 25-50 บาท ขณะที่ราคาขายส่งแบบจัดชุดพุ่งสูงถึงหลักพันบาทอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มาจากแรงดีมานด์ที่มหาศาลเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผลกระทบพวงมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลผลิตกุหลาบในแหล่งปลูกสำคัญลดน้อยลงจนเกิดภาวะสินค้าขาดตลาด สวนทางกับความต้องการของผู้บริโภคที่ยังคงมองหาของขวัญแทนใจในวันพิเศษนี้
อย่างไรก็ดี ความผันผวนของราคากุหลาบได้ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2569 เริ่มมีการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกับ "ทางเลือกเชิงคุณค่า" มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินจำนวนมากไปกับสินค้าที่เหี่ยวเฉาง่ายตามกาลเวลา
การปรับตัวของตลาดวาเลนไทน์ในปีนี้ จึงเห็นได้ชัดจากการเติบโตของสินค้ากลุ่ม "ดอกไม้ทางเลือก" ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนความรักได้อย่างแยบยล ไม่ว่าจะเป็น “ดอกไม้เลโก้” (LEGO Flowers) ที่กลายเป็นเทรนด์ฮิตจากการสร้างกิจกรรมร่วมกันในคู่รัก หรือ “ดอกไม้ในโหลแก้ว” (Preserved Roses) ที่มีอายุการใช้งานยาวนานนับปี ซึ่งให้ความคุ้มค่าในเชิงจิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์มากกว่าการซื้อดอกไม้สดที่มีอายุเพียงไม่กี่วัน
นอกจากนี้ ยังมีกระแสการให้ของขวัญเชิงประสบการณ์ เช่น คูปองกิจกรรม หรือ มื้ออาหารพิเศษ ที่เน้นการสร้างความทรงจำร่วมกัน ซึ่งกลายเป็นกลยุทธ์ที่ผู้บริโภคใช้รับมือกับสินค้าราคาแพงในยุคปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคาวัตถุจะขยับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่ความคิดสร้างสรรค์และการเลือกสรรของขวัญที่มีความหมายลึกซึ้งยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาบรรยากาศของเทศกาลวาเลนไทน์ให้ยังคงความหมายอยู่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบของดอกกุหลาบเพียงอย่างเดียว








